" เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน
ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์ "
ข้อมูลทั่วไป :
อุบลราชธานี เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 629 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำมูลไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบสูงและภูเขา มีหน้าผาหินทรายบริเวณชายฝั่งแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและลาว
ประวัติเมืองอุบลราชธานี :
อุบลราชธานี เป็นเมืองใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 200 ปี เล่ากันว่า ท้าวคำผง ท้าวทิศพรหม และท้าวคำบุตร พระวอ พระตา หนีภัยสงครามจากพระเจ้าสิริบุญสาร เจ้าแห่งนคร เวียงจันทน์เจ้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าตากสินมหาราชและต่อมาได้สร้างเมืองขึ้นที่บริเวณดงอู่ผึ้ง ใกล้กับแม่น้ำมูล ครั้นพ.ศ. 2323 พระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาราชสุภาวดี เชิญตราพระราชสีห์มาพระราชทานนามเมืองว่า อุบลราชธานี ทรงให้ท้าวคำผงเป็นเจ้าเมืองคนแรกซึ่งต่อมาได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระปทุมวงศา เมืองอุบลราชธานีมีเจ้าเมืองสืบกันมาถึง 4 คน ตราบจนถึงปีพ.ศ. 2425 จึงได้มีการแต่งตั้งข้าหลวงและผู้ว่าราชการจังหวัดมาปกครองดูแลจนถึงทุกวันนี้
ดินแดนแถบนี้ มีชนชาติ ข่า ส่วย อพยพมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุตเข้ามาอาศัยอยู่ ตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงคิดจะรวบรวมผู้คนที่แตกกระจัดกระจายจากภัยสงครามให้มาอยู่เป็นกลุ่มก้อน ดังนั้นถ้าใครสามารถรวบรวมผู้คนได้มากและอยู่กันอย่างมั่นคงก็จะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ. 2329 ท้าวคำผง ซึ่งได้รวบรวมผู้คนอพยพมาตั้งหลักแหล่งทำกินอยู่ ณ บริเวณห้วยแจระแม อันเป็นที่ราบริมแม่น้ำมูล และต่อมาภายหลังมีความชอบจากการนำกำลังเข้าช่วยกองทัพไทยตีเมืองนครจำปาศักดิ์ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านแจระแมเป็นเมืองอุบลราชธานี และแต่งตั้งให้ท้าวคำผงเป็นพระปทุมวรราชสุริยวงศ์เจ้าเมือง ภายหลังได้ย้ายเมืองมาตั้งใหม่ที่ "ดงอู่ผึ้ง" อันเป็นที่ตั้งจังหวัดในปัจจุบัน โดยมีเมืองเทียบเท่าชั้นจัตวาขึ้นอยู่รวม 7 เมือง
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนจัดการปกครองแบบเทศาภิบาล เมืองอุบลราชธานีถูกรวมอยู่ในบริเวณหัวเมืองลาวกาว ต่อมาในปี พ.ศ. 2442 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเมืองอุบลราชธานีเป็นที่ตั้งมณฑล และเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2443 เป็นมณฑลอีสาน
ในปี พ.ศ. 2468 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงลดฐานะมณฑลอุบลราชธานีลงเป็นเพียงจังหวัดหนึ่งของมณฑลนครราชสีมา จนกระทั่งยุบเลิกมณฑลในปี พ.ศ. 2476 จึงกลายเป็นจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่นั้นมา
การเดินทาง :
ทางรถยนต์
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ไปสระบุรี เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 24 (สายโชคชัย-เดชอุดม) ไปจนถึงอุบลราชธานี หรือใช้เส้น ทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ถึงอุบลราชธานี
ทางรถโดยสารประจำทาง
มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกวันสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0 2936 2852-66 ที่อุบลราชธานี โทร. 0 4524 1831 www.transport.co.th นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนที่เปิดบริการเดินรถได้แก่ เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0611 มงคลทัวร์ โทร.0 2936 3638-9 นครชัยแอร์ โทร. 0 2936 3900 และศิริรัตนพล โทร. 0 2936 0278นอกจากนี้ บริษัทขนส่งยังมีบริการรถโดยสารระหว่างอุบลราชธานีและเมืองปากเซ สปป.ลาวทุกวัน
นอกจากนี้มีรถปรับอากาศ และรถธรรมดาจากกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และจากอุบลราชธานีไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้แก่
นครชัยแอร์
กรุงเทพฯ โทร. 272-5271 ที่อุบลราชธานี โทร. (045) 269385-6
มงคลทัวร์
กรุงเทพฯ โทร. 2725239 ที่อุบลราชธานี โทร. (045) 255116
เชิดชัยทัวร์
กรุงเทพฯ โทร. 272-5264 ที่อุบลราชธานี โทร. (045) 254885, 255907
ทัวร์สหมิตร
กรุงเทพฯ โทร. 272-5252 ที่อุบลราชธานี โทร. (045) 255043
สายัณห์ทัวร์
อุบลราชธานี โทร. (045) 254885 (ปรับอากาศ) และ โทร. 242163 (ธรรมดา)
บริษัทศิริรัตนพล จำกัด
อุบลราชธานี โทร. (045) 245847, 441848
ทางรถไฟ
จากสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) และสถานีบางซื่อ มีรถด่วน และรถเร็ว สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทุกวัน และยังมีรถธรรมดาจากนครราชสีมา-อุบลราชธานี และสุรินทร์-อุบลราชธานี อีกด้วย รายละเอียดสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th
ทางเครื่องบิน
บมจ.การบินไทย มีเครื่องบินรับส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1566, 0 2628 2000 หรือที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี โทร. 0 4531 3340-3 www.thaiairways.com และสายการบินแอร์ เอเชีย โทร. 0 2515 9999 www.airasia.com
การเดินทางระหว่างอำเภอ
มีรถโดยสารวิ่งระหว่างอำเภอเมืองไปยังอำเภอ และกิ่งอำเภอต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี ระยะทางเป็นดังนี้
อำเภอเมือง - กิโลเมตร
อำเภอวารินชำราบ 2 กิโลเมตร
อำเภอสว่างวีระวงศ์ 23 กิโลเมตร
อำเภอเหล่าเสือโก๊ก 27 กิโลเมตร
อำเภอสำโรง 28 กิโลเมตร
อำเภอตาลสุม 32 กิโลเมตร
อำเภอม่วงสามสิบ 34 กิโลเมตร
อำเภอดอนมดแดง 35 กิโลเมตร
อำเภอนาเยีย 35 กิโลเมตร
อำเภอเขื่องใน 38 กิโลเมตร
อำเภอเดชอุดม 45 กิโลเมตร
อำเภอพิบูลมังสาหาร 45 กิโลเมตร
อำเภอตระการพืชผล 50 กิโลเมตร
อำเภอทุ่งศรีอุดม 74 กิโลเมตร
อำเภอกุดข้าวปุ้น 76 กิโลเมตร
อำเภอสิรินธร 80 กิโลเมตร
อำเภอศรีเมืองใหม่ 83 กิโลเมตร
อำเภอบุณฑริก 87 กิโลเมตร
อำเภอนาตาล 93 กิโลเมตร
อำเภอน้ำขุ่น 97 กิโลเมตร
อำเภอโพธิ์ไทร 99 กิโลเมตร
อำเภอนาจะหลวย 100 กิโลเมตร
อำเภอเขมราฐ 108 กิโลเมตร
อำเภอโขงเจียม 110 กิโลเมตร
อำเภอน้ำยืน 110 กิโลเมตร
อาณาเขตและการปกครอง :
จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ประมาณ 15,744 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ เดชอุดม บุณฑริก นาจะหลวย น้ำยืน พิบูลมังสาหาร โขงเจียม ศรีเมืองใหม่ ตระการพืชผล เขมราฐ ม่วงสามสิบ เขื่องใน กุดข้าวปุ้น ตาลสุม โพธิ์ไทร สำโรง สิรินธร ดอนมดแดง ทุ่งศรีอุดม อำเภอนาเยีย อำเภอนาตาล อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอสว่างวีระวงศ์และอำเภอน้ำขุ่น
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญ
ทิศใต้ ติดต่อกับประเทศกัมพูชา ตามแนวเทือกเขาบรรทัด
ทิศตะวันออก ติดต่อกับประเทศลาว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดยโสธรและศรีสะเกษ
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ :
ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4524 4875
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 0 4524 5505, 1155
ตำรวจทางหลวง โทร. 0 4531 3220
ท่าอากาศยานอุบลราชธานี โทร. 0 4524 4073
สถานีขนส่งแห่งที่ 1 โทร. 0 4524 4450
สถานีขนส่งแห่งที่ 2 โทร. 0 4531 5346
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โทร. 0 4524 4470
โรงพยาบาลราชเวช โทร. 0 4528 0048
โรงพยาบาลอุบลรักษ์ โทร. 0 4526 6300
โรงพยาบาลเซ็นทรัลเมโมเรียล โทร. 0 4525 4721
สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4525 5505, 0 4525 4218
สถานีรถไฟอุบลราชธานี โทร. 0 4532 1004
|