TourThai.com
Diary
Diary
Webboard
Webboard
Photo
Photo
Chat
Chat
Thailand Web Directory
Links
บรุคไซด์ วัลเล่ย์ รีสอร์ท
Rayong Resort
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา สถิติผู้เยี่ยมชม รายละเอียดลงโฆษณา รับจองโรงแรม ทั่วไทย English VersionTourThai in English Version
สารบัญหลัก...
จังหวัดสุพรรณบุรี
--- ข้อมูลทั่วไป
--- ตัวอย่างโปรแกรมทัวร์
--- เทศกาล งานประเพณี
--- แผนที่สถานที่ท่องเที่ยว
--- แผนที่ดาวเทียมสุพรรณบุรี
--- ของฝาก ของที่ระลึก

--- ที่เที่ยว
--- อุทยานแห่งชาติพุเตย
--- อ.เมือง
--- อ.อื่นๆ

--- ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท

--- บริษัททัวร์ นำเที่ยว รถเช่า

--- เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง


ผู้สนับสนุน...




สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่...

จังหวัดสุพรรณบุรี :: สถานที่ท่องเที่ยว :: อ.เมือง

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง เป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 123 เมตร มีชั้นสำหรับชมวิวในระดับสูงสุด 78.75 เมตร และระดับต่ำลงมาคือ 72.75, 66.75 และ 33.75 เมตร ตามลำดับ บนหอคอยได้มีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน มีร้านขายของที่ระลึกและอาหารว่าง มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเรื่องราวน่ารู้ของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด

ส่วนภายใน สวนเฉลิมภัทรราชินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สมบูรณ์แบบ ในเนื้อที่ 15 ไร่ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของหอคอยบรรหาร-แจ่มใส แล้ว ยังมีสวนน้ำพร้อมสไลเดอร์ สวนลายไทย สวนนกพิราบ สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น บ่อน้ำพุ สนามออกกำลังกาย ฯลฯ

- สวนเฉลิมภัทรราชินี เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์ตามเวลา ดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-19.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.30 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 15 บาท

- หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เก็บค่าเข้าชมดังนี้
เวลา 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท
หลังเวลา 18.00 น. ผู้ใหญ่ 40 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (035) 522721 และ524063-4

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษาในบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นอาคารคอนกรีต สร้างแบบเรือนไทยประยุกต์ 2 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวนา ส่วนชั้นบนแสดงให้เห็นถึงพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทยและทรงพัฒนาการทำนาและการเกษตรของชาติ รวมถึงจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่านและเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ณ แปลงนาสาธิต บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2529 และเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้ นอกจากนี้ยังมีห้องค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราว และวัตถุที่จัดแสดงโดยเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

บ้านยะมะรัชโช
ตั้งอยู่เลขที่ 109 ก. ถนนหมื่นหาญ ตำบลท่าพี่เลี้ยง ตรงข้ามเทศบาลเมืองฯ ซึ่งเป็นบ้านเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตเสนาบดีสามแผ่นดิน และอดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ลักษณะเป็นเรือนหมู่ สภาพปัจจุบันเหลือตัวเรือนเดิม เรือนนอน 2 หลัง หอกลาง 1 หลัง หอนั่งสร้างใหม่แทนของเดิม 1 หลัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จบ้านนี้ 2 ครั้ง และได้พระราชทานชื่อบ้านหลังนี้ ต่อมาจังหวัดฯ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์บ้านยะมะรัชโช โดยส่งเข้าประกวดโครงการดีเด่น ในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง และได้รับรางวัลพร้อมโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ปัจจุบันนี้บ้าน ยะมะรัชโชเป็นของกองทุนมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม (ปุย สุวรรณศร)

วัดสุวรรณภูมิ (วัดกลางหรือวัดใหม่)
เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนต้น ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ที่ถนนพระพันวษา ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ เช่น ถ้วยชาม แจกัน พระพุทธรูป นาฬิกา อาวุธต่างๆ น่าชมมาก โดยเฉพาะบาตรสังคโลก ซึ่งมีชิ้นเดียวในประเทศไทย

วัดประตูสาร
อยู่ที่ถนนขุนช้าง ตำบลรั้วใหญ่ ภายในเขตเทศบาลเมืองฯ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง และสถาปนาขึ้นเป็นวัด ไม่มีหลักฐานเก่าระบุไว้แต่คงจะสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2379 ซึ่งเป็นปีที่สุนทรภู่มาสุพรรณบุรี ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างหลวง เชื่อกันว่า เป็นคนเดียวกับที่เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหน่อพุทธางกูร เขียนราว พ.ศ. 2391 นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมที่เขียนบนพื้นไม้เป็นแผ่นๆ เรื่องราวพุทธประวัติและมหาชาติ ลักษณะของภาพเหมือนจะลอกแบบจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ เก็บรักษาอยู่ในวิหาร

วัดพระรูป
ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว ก่ออิฐถือปูน ยาว 13 เมตร สูง 3 เมตร พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์ส่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. 1800 -1893 และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามมากที่สุดในประเทศไทย

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชม ได้แก่ พระพุทธบาทไม้ เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้ ศิลปการแกะสลักงดงามมาก มีขนาดยาว 221.5 เซนติเมตร กว้าง 74 เซนติเมตร หนา 10 เซนติเมตร ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง 2 ด้าน มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลาย จึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูป

นอกจากนี้ยังมี เจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี ระฆังสัมฤทธิ์และธรรมาสน์สังเค็ต ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลายและยังเป็นกรุ " พระขุนแผน " อันมีชื่อเสียงอีกด้วย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
อยู่ในตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ แต่ได้ถูกชาวบ้านลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน "เบญจภาคี" ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้ นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างในสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะหลักฐานการก่อสร้างเป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา

วัดแค
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า "คุ้มขุนแผน" ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. 2447 วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.80 เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ก็มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบศิลปะรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ก็มีเช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้ม กรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระ-จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปี 2412

วัดหน่อพุทธางกูร
เดิมชื่อ วัดมะขามหน่อ ตำบลพิหารแดง อยู่เลยวัดแคไปทางเหนืออีก 2 กิโลเมตร อยู่ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นจิตรกรรมที่มีความงดงาม เขียนราว พ.ศ. 2391 สมัยรัชกาลที่ 3

อุทยานมัจฉา วัดพระนอน
ตำบลพิหารแดง อยู่เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน บริเวณริมน้ำหน้าวัดมีปลานานาชนิด และชุกชุม มีทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ปลาตะโกก จำนวนนับแสนตัว แรกทีเดียวพระภิกษุสามเณรในวัดนำเศษอาหารมาโปรยให้เป็นทาน และทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ต่อมาทางวัดได้จัดอาหารปลาจำหน่าย ปลูกไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด นอกจากนี้ ในวัดยังมี พระนอน เป็นพระพุทธรูป ในลักษณะนอนหงายสร้างเท่าคนโบราณ มีลักษณะเหมือนกับพระนอนที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดีย

อุทยานมัจฉา วัดพระลอย
อยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน ในตำบลรั้วใหญ่ ห่างจากจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่ สูงเด่น สง่างาม มี พระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆ เก่าแก่มาก บริเวณหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดเป็นจำนวนมาก อาศัยความร่มเย็นของวัดพระลอย ซึ่งทางวัดได้จัดอาหารจำหน่ายนำรายได้เข้าวัดอีกด้วย ถือเป็นอุทยานมัจฉาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี

วัดสนามไชย
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลสนามชัย ห่างจากจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 57 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรีฝั่งตะวันออก วัดสนามไชยเป็นวัดร้าง เหลือเพียงแต่ซากเจดีย์ด้านเหนือซีกเดียว ภายในเจดีย์กลวงไม่ปรากฏว่าพบสิ่งใดที่เป็นหลักฐานระบุว่าสร้างในสมัยใด แต่จากพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้อยสร้างวัดสนามไชยขึ้นพร้อมๆ กับบูรณะวัดป่าเลไลยก์ก่อน พ.ศ. 1746 นักโบราณคดีได้ให้ข้อสันนิษฐานและคำอธิบายว่า เจดีย์วัดสนามไชย เป็นเจดีย์ทรง 16 เหลี่ยม กว้างด้านละ 48 เมตร ยาวด้านละ 62 เมตร สันนิษฐานจากศิลปะการก่อสร้างว่ามีการสร้างและปฏิสังขรณ์ถึง 3 ครั้ง คือ ในสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ สมัยอโยธยา และสมัยอยุธยา

นอกจากนี้ จากการสำรวจของกรมศิลปากรที่ขุดค้นซากเจดีย์ซีกตะวันออกพบอัฐิ และเถ้าถ่านเป็นจำนวนมาก และยังไม่อาจลงความเห็นได้ว่าเป็นอัฐิธาตุของใคร นักโบราณคดีได้สรุปผลไว้ 3 ประการ คือ
1. เป็นอัฐิธาตุของประชาชนที่เป็นโรคห่าตายพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมากในสมัย อู่ทองสุพรรณภูมิ
2. เป็นอัฐิธาตุของเชื้อพระวงศ์ที่นำมาบรรจุรวมกันไว้
3. เป็นอัฐิธาตุของทหารที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับขอมหรือพม่า

วัดพระอินทร์และแหล่งขุดพบภาชนะดินเผา
วัดพระอินทร์เป็นวัดเก่าแก่อยู่ในตัวเมือง ภายในวัดมีซากเจดีย์ปรักหักพัง ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการดูแล ลักษณะเจดีย์เป็นฐานแปดเหลี่ยม มีซุ้มไว้พระพุทธรูปประกอบด้วย ภายปูนปั้น และภาพนูนต่ำ ที่ขอบซุ้มมีลายใบไม้ม้วนเรียงกันไปทางทิศเหนือเป็นแนวเดียวกัน ซุ้มด้านตะวันตกมีพระพุทธรูปยืนปางปฐมเทศนา ที่ปลายของซุ้มทั้งสองข้างทำลวดลายเป็นรูปพญานาคชูคอขึ้น ที่หัวมีรัศมีแผ่คล้ายพัดใกล้ฐานพระเจดีย์มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีลักษณะครึ่งองค์ตั้งอยู่บนพื้นดิน นอกจากนี้รอบๆ องค์เจดีย์ยังมีเศษภาชนะดินเผาและชิ้นส่วนของเครื่องสังคโลกกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

ปลายปี พ.ศ. 2528 ได้ค้นพบแหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยชามบริเวณสองฝั่งของแม่น้ำสุพรรณบุรี บริเวณบ้านค่ายเก่ากับโพธิ์พระยาในเขตตำบลพิหารแดง สนามชัย และรั้วใหญ่ ได้พบเศษภาชนะต่างๆ เช่นเครื่องสังคโลก เครื่องถ้วยจีน ภาชนะดินเผาเนื้อดินและเนื้อหิน จำนวนหมื่นๆ ชิ้น ต้นปี พ.ศ. 2529 ได้ขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีเตาบ้านสุมน แหล่งเตาบ้านปูน ตำบลพิหารแดง พบเตาเผาถึง 10 เตา มีความยาว 5 เมตร กว้าง 2 เมตร ซึ่งใช้ผลิตภาชนะเนื้อหิน เช่น ชาม จาน อ่าง แจกัน หม้อ ซึ่งมีลวดลายแปลกแตกต่างกันเช่น ลายเทวดา ลายเทพพนม รูปทรงเรขาคณิต ลายดอกไม้ ฯลฯ

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลไม้ทรงไทยมีเทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์ สลักด้วยหินสีเขียว 2 องค์ สวมหมวกเติ๊ก (หมวกทรงกระบอก) ปัจจุบันได้สร้างศาลเป็นรูปวิหารและเก๋งจีน ก่อปูนติดกับองค์พระอิศวร และพระนารายณ์ไว้ทั้งสองด้าน ที่ศาลแห่งนี้ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 จีนของทุกปี จะมีประเพณี "ทิ้งกระจาด" (หรือพิธีทิ้งทาน) ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ถือเป็นการจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเอาสิ่งของต่างๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและของที่จำเป็นอื่นๆ แจกแก่ผู้ยากจน

กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง
เมืองสุพรรณบุรีเก่าตั้งอยู่ในตำบลรั้วใหญ่ (บ้านขุน-ช้าง) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ขณะนี้ยังเหลือแนวกำแพงดินและคูเมืองให้เห็นชัดระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองนี้ กำแพงทำแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น มีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก มีเนินดินและกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง 3,500 เมตร ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว 1,000 เมตร จดแม่น้ำ แต่ไม่พบตัวกำแพงด้านตะวันออก เพราะถูกรื้อเสียในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขาเรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่าว่า "เมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว 25 เส้น ดูกว้างประมาณ 6 วา นอกเชิงเทิน" ส่วนประตูเมืองตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน บนแนวกำแพงเมืองเก่า ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบของกรมศิลปากร ตรงสถานที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม

วัดป่าเลไลยก์
ตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร หน้าบันของพระวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระหมามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เคยเสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้วได้ทรงมาปฏิสังขรณ์ วัดป่าเลไลยก์อยู่ริมถนนมาลัยแมนสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรืองในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลัง พ.ศ. 1724 เล็กน้อย ที่วัดป่าเลไลยก์มี "หลวงพ่อโต" ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารที่สูงเด่นเห็นได้แต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท) พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระ สูง 23.48 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า เดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งอย่างพระพนัญเชิงในสมัยแรกและมักจะพบว่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพราะสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมาก มีงานเทศกาลประจำปีสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ ปีละ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 5-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12

นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัด ยังมี "คุ้มขุนช้าง" ซึ่งเป็นเรือนไทยหลังใหญ่ สร้างตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน

สระศักดิ์สิทธิ์
อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี ห่างจากตัวเมือง 13 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตร สระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านท่าเสด็จ

สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง 4 สระ คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ (ต่อมาพบอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 สระอมฤต 2) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า "…แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ…น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด…"

น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษกตามลัทธิพราหมณ์ ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้เรียบร้อยแล้ว

สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ)
ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ตามทางสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ (ทางหลวงหมาย-เลข 322) จากตัวเมืองเดินทางไปยังสี่แยกแขวงการทาง แล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานสูงไปจนถึงสามแยก ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร สวนนกแห่งนี้ ตั้งอยู่ในที่ดินของนางสาวนก พันธุ์เผือก และนายจอม-นางถนอม มาลัย ซึ่งมีนกอาศัยทำรังอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัว เช่น นกปางห่าง นกยาง นกกาน้ำ นกกาบบัว นกกระสา นกแขวก และนกช้อนหอย เป็นต้น ในเวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง ส่วนในตอนเย็นจะมีนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน นกเหล่านี้ได้มาอาศัยอยู่ในสวนนี้นับ 10 ปีแล้ว ขณะนี้กรมป่าไม้ได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำสวนนกแห่งนี้ และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ ช่วงที่มีนกมาก คือ ในช่วงเดือนตุลาคม

ศูนย์ฝึกอบรมช่างสิบหมู่ สุพรรณบุรี
ดำเนินงานโดยกรมศิลปากร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี ติดกับสนามกีฬาจังหวัด ถนนมาลัยแมน มีนโยบายในการฝึกอบรมงานช่างสิบหมู่ ในสาขาวิชาดังนี้ หมู่ช่างเขียน หมู่ช่างรัก หมู่ช่างแกะ หมู่ช่างสลัก หมู่ช่างปั้น หมู่ช่างหล่อ หมู่ช่างหุ่น หมู่ช่างบุ หมู่ช่างปูน และหมู่ช่างกลึง

ศูนย์หัตถกรรมภาคตะวันตก
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนกำยาน ริมถนนมาลัยแมน ห่างจากตัวเมืองไปทางอำเภออู่ทอง ประมาณ 8 กิโลเมตร ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมในครอบครัว และหัตถกรรมในเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคตะวันตก มีอาคารแสดงนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่น สวยงามประเภทต่าง ๆ รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาย่อมเยา

วัดมหาธาตุ หรือวัดพระธาตุศาลาขาว
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนมาลัยแมน (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ) ไป 15 กิโลเมตร วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดสวนแตง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดพระธาตุนอก เพราะลักษณะพระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่ขนาดย่อมกว่า มีความสูงประมาณ 20-25 เมตร เป็นพระปรางค์เดี่ยว ไม่มีพระปรางค์องค์เล็กคู่เดียวประกอบ ทั้งด้านหน้าด้านหลัง มีบันไดและซุ้มประตู ยอดพระปรางค์มนกว่ายอดพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งมียอดแหลม แผ่นอิฐมีขนาดเล็ก และสอด้วยปูนหวาน เนื้อหยาบ จากหลักฐาน พ.ศ. 1967-2031 (ในรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) หรือพระบรมไตรโลก นาถ)

วัดพร้าว
อยู่ที่ตำบลโพธิ์พระยา ติดกับประตูน้ำโพธิ์พระยา ห่างจากจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ภายในวัดมีวิหารเลียนแบบสถาปัตยกรรมพม่า เป็นที่ประดิฐฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง นอกจากนั้น ยังมีหอไตรกลางน้ำ ตู้พระธรรม ในวัดยังมีดงยางเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่ จำนวนนับพันตัว


เว็บไซต์การเดินทาง :
  • ทางอากาศ การบินไทย , นกแอร์ , แอร์เอเซีย , ภูเก็ตแอร์ , one-2-go , สนามบินอู่ตะเภา , บางกอก แอร์เวย์ , แอร์ฟรานซ์ , พีบีแอร์ ,
  • ทางรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด , ขสมก. , การรถไฟ , รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน , กรมทางหลวง , เส้นทางรถประจำทาง , ศูนย์วิทยุสื่อสารแท็กซี่ , นครชัย แอร์ , สมบัติ ทัวร์ , Budget , AVIS Thailand ,
  • ทางเรือ กรมอุทกศาสตร์ , ไทยเดินเรือทะเล , Starcruises , Seatran Travel , เรือเบญจรงค์ , ไทย ริเวอร์ ครูสก์

  • เว็บไซต์ที่น่าสนใจ : ราคาน้ำมัน , ราคาทองคำ , ราคาหุ้น , อัตราแลกเปลี่ยน , พยากรณ์อากาศ , สภาพการจราจร , ตรวจผลล็อตเตอรี่ , ตรวจผลสลากออมสิน , ค้นหารหัสไปรษณีย์ , ค้นหาที่ทำการไปรษณีย์ , ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ , ดิกชันนารีออนไลน์ , ดิกชันนารีออนไลน์ , รับจองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ทั่วไทย , อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง

    เว็บไซต์พันธมิตร : การทำ AdSense , การทำ SEO , เปรียบเทียบราคา web hosting , รวมโรงแรมราคาถูก ทั่วโลก , วิเศษแอร์ , มวยไทย , Ezy Trip , น่ารัก ดอทคอม , สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ , เขาหลวง นครศรีธรรมราช , ข้อมูลสายพันธุ์สุนัข , เชียงใหม่ร้อยแปดดอทคอม , Seas Photo Library , Every Thailand , Thailand Shopping Center , Thailand TV Online #1 , Thailand TV Online #2 , ดู TV Online #3 , ดูทีวีออนไลน์ , Television Channel , หาเพื่อน , ดูทีวีญี่ปุ่น , Products Review Online

    Thailand 's Web Network ::
    Travel Thailand , Dog , Thailand Here , 3 Cha , Thailand Shopping Center , Thailand Hotel Resort Guide , Thai Cuisine Recipe , Thailand web directory , Thai Jewelry , Made AdSense , Insurance , Web Hosting , Thailand TV Online , Television Channel , Thailand Map Guide , Jewelry , JJ Bazaar , Sport Outdoor Shop , Toy Game Shop , Health Ezy , Disease Hit


    อ่านข่าว
    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
    หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
    หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
    หนังสือพิมพ์มติชน
    หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
    หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
    หนังสือพิมพ์ The Nation
    หนังสือพิมพ์ Bangkok Post
    หนังสือพิมพ์สยามกีฬา
    หนังสือพิมพ์ไทยโพส

    ท่องเที่ยวทั่วไทย บ้านใกล้เรือนเคียง (ปิดรับการแลก Link ชั่วคราว)
    In Rayong ทัวร์ภูเก็ต Thailand Clip
    ห้างหุ้นส่วนจำกัด เว็บไซต์ทัวร์ไทย ดอทคอม
    เลขที่ 1/1 ซอยบ่อนไก่ ถนนจันทอุดม ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000
    หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 3030757098 , ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ 7262103000020
    Copyright © 1999-2005 TourThai.com ®. All rights reserved.