|
วันเดียวเที่ยวสนุก เส้นทางที่ 5 กรุงเทพฯ สิงห์บุรี
วันเดียวเที่ยวสิงห์บุรี ชวนครอบครัวเข้าวัด ไหว้พระคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย รับพร ก่อนออกไปลุยร่องสวน เลือกชิมผลไม้ตามฤดูกาล
นมัสการพระคู่เมือง นมัสการพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ที่วัดพระนอน จักรสีห์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสิงห์บุรี เดิมเรียกว่า วัดพระนอน แต่สันนิษฐานได้ว่าใต้วัดพระนอนลงไปราว ๑,๒๐๐ เมตร มีวัดอีกวัดหนึ่ง ชื่อ จักรสีห์ ข้อนี้เองจึงเป็นเหตุให้เรียกวัด ทั้งสองควบว่าวัดพระนอนจักรสีห์ องค์พระนอนยาว ๕๐ เมตร เอาเป็นว่า
ถ้ายืนชมตรงกลางองค์พระ ไม่สามารถเห็นได้เต็มองค์ ภายในวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานองค์พระแก้ว และพระกาฬ ซึ่งกล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นพระคู่บารมี พระพุทธไสยาสน์
ไหว้พระเกจิชื่อดังของอำเภอ หลังจากนั้นไปวัดพิกุลทอง เพื่อนมัสการหลวงพ่อแพ อดีตเจ้าอาวาส เกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวบ้านอำเภอท่าช้างให้ความเคารพนับถือ ภายในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธสุวรรณมงคลมุนี พระพุทธรูป ปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ถ้าเป็นช่วงวันหยุด บริเวณลานวัด จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของ ทั้งผลไม้จากสวน ขนมไทยฝีมือชาวบ้าน และอาหารหลากหลายชนิด
ชมชิมลิ้มรส จากวัดพิกุลทอง ขับรถตามป้ายไปหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ อ.ท่าช้าง แวะบ้านแรก ชิมขนมตาล และขนมถ้วยฟูน้ำตาลสด เนื้อนุ่ม กลิ่นหอมน่ากิน สดใหม่จากเตานึ่ง ชมวิธีทำขนมตั้งแต่ผสมแป้ง หยอดใส่ถ้วยตะไล ก่อนนำลงซึ้งนึ่ง โทร. ติดต่อล่วงหน้า ๐๓๖ ๕๙๕๓๐๘ , ๐ ๖๑๓๔ ๗๕๖๗ , ๐ ๑๘๕๓ ๗๑๕๘
เข้าสวนชมพู่ทองสามสี เล่นกายกรรมบนกระบอกไม้ไผ่ ที่ทอดข้ามร่องสวน เดินชมพวงลูกชมพู่ที่ติดอยู่เต็มต้น เลือกลูกแก่จัดได้ที่แล้วจะชิมกันในสวนหรือซื้อติดมือไปเป็นของฝาก แต่ถ้าอยากมีต้นชมพู่ไว้เก็บลูกกินเองที่บ้าน ก็สามารถซื้อต้นพันธุ์ไปลองปลูกได้ ใกล้ๆ กันยังมีสวนกระท้อน สวนมะไฟ ชอบใจสวนไหน เดินชมเดินชิมได้ทุกสวน ชาวสวนยินดีต้อนรับ ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอท่าช้าง โทร. ๐ ๓๖๕๙ ๕๑๑๙ หรือ ๐ ๓๖๕๓ ๖๑๖๑
รำลึกวีรกรรมผู้เสียสละ
ก่อนกลับสักการะเคารพอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน รำลึกถึงวีรกรรมผู้กล้า ผู้เสียสละเพื่อชาติไทย ลองมองหานายจันหนวดเขี้ยว นายทองเหม็น หรือขุนสรรค์ พันเรือง ตามจินตนาการที่อนุสาวรีย์ เดินข้ามถนนมายังวัดโพธิ์เก้าต้น ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งมั่นของชาวบ้านบางระจัน เมื่อครั้งตั้งค่ายต้านศึกผู้บุกรุก ทุกวันที่ ๔ - ๖ กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีงานสดุดีวีรชนชาวบ้านบางระจัน เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ครั้งอดีต
ล่องแม่น้ำน้อย ไปนมัสการหลวงพ่อแพ
แม่น้ำน้อยเป็นลำน้ำสายสั้นๆ ไหลแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีประตูน้ำกั้นทั้งตอนบนและตอนล่าง ทำให้แม่น้ำน้อยมีน้ำไว้ใช้เพาะปลูกและอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี ชาวบ้านเล่าว่าในอดีต แม่น้ำสายนี้มีเรือน้อยใหญ่สัญจรไปมามิได้ขาด หากแต่ปัจจุบันบรรยากาศเช่นวันวานดูจะเลือนหายไปเสียแล้ว เนื่องด้วยมีถนนตัดเลียบแม่น้ำไปเกือบตลอดสาย ผู้คนจึงหันไปใช้รถแทน อย่างไรก็ดีบ้านเรือนที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของถนนก็ช่วยให้แม่น้ำไม่เงียบเหงา พวกเขาใช้ริมตลิ่งที่ร่มครึ้มด้วยเงาไม้ใหญ่เป็นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนวัดวาอารามก็มีตั้งอยู่เป็นระยะๆ ทั้งสองฝั่งน้ำ
สิ่งที่น่าสนใจในเส้นทาง
1. วัดจำปาทอง
เป็นสถานที่เก็บรักษาเรือพระที่นั่งของสมด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเรือมาดเก๋ง ประเภทเรือแจว ชื่อว่าเรือจำปาทองสิงห์บุรี เมื่อครั้งวัดพิกุลทองจัดงานประจำปี พ.ศ. 2543 ทางจังหวัดได้ทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นองค์ประธานเปิดงาน และได้จัดเรือจำปาทองสิงห์บุรีเป็นเรือรับเสด็จโดยเสด็จจากวัดกลางท่าข้ามถึงวัดพิกุลทอง
2. วัดกลางท่าข้าม
สิ่งสำคัญ ภายในวัด ที่ควรชมคือ เรือพระที่นั่ง ที่รัชกาลที่5 ประทับคราวเสด็จประพาส แม่น้ำน้อย ในครั้งนั้น ได้เสด็จขึ้นที่ วัดกลางท่าข้าม พระราชทานเครื่องอัฐบริขาร
และของใช้ หลายอย่าง ให้แก่หลวงพ่อ เพื่อนเจ้าอาวาส วัดกลางท่าข้าม ในสมัยนั้น เล่ากันว่า ภิกษุรูปนี้เป็นพระสหายของพระองค์
3. วัดพิกุลทอง
เป็นสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสิงห์บุรี ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดหลวงพ่อแพ ด้วยเป็นวัดที่จำพรรษาของหลวงพ่อแพ หรือพระ
เทพสิงหบุราจารย์ เกจิอาจารย์ ชื่อดัง หลวงพ่อแพ มรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2542 สานุศิษย์ ได้ช่วยกันสร้างพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อแพ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติ และเครื่องอัฐบริขาร
ของหลวงพ่อ ภายในวัด ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูป ปางประทานพร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย องค์พระสูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ประดับกระเบื้องโมเสก
สีทองทั้งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า " พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี "
จุดลงเรือ
ท่าเรืออยู่ตรงข้ามร้านอาหารวรรณพร ข้างวัดน้อยนางหงษ์ หมู่2 ตำบลสิงหื อำเภอ บางระจัน เป็นเรือกระแชง ขนาดกลาง มาปรับแต่ง เป็นเรือท่องเที่ยว ของบริษัทเรือสิงห์แม่น้ำน้อย
บรรทุกผู้โดยสารได้ 30 -40 คน สอบถามรายละเอียดได้ที่ ได้โทร 0 3659 1360 , 08 1946 8368
|