|
เที่ยวทุ่งทานตะวัน แวะชมของดีเมืองสระบุรี
เมล็ดทานตะวัน มีคุณค่าทางโภชนาการ นิยมใช้สกัดทำน้ำมันปรุงอาหาร หรืออบแห้ง เพื่อรับประทาน นำไปเป็นส่วนผสมของอาหารกระป๋อง ทำเนยเทียม สบู่ เครื่องสำอาง ทำสี ทำน้ำมันหล่อลื่น หรือใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ส่วนกากก็นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เมล็ดทานตะวันมีน้ำมันสูงถึงร้อยละ 48 ประกอบไปด้วยวิตามิน เอ ดี อี เค มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประโยชน์มากมายมหาศาลขนาดนี้ จึงมีการปลูกทานตะวันกันมากในเขตสามจังหวัด คือ ลพบุรี สระบุรี และเพชรบูรณ์ เป็นทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองอร่าม ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ชื่นชมกัน ซึ่งการเที่ยวชมดอกทานตะวันที่จะถ่ายรูปได้สวยงามนั้น ควรไปเที่ยวในช่วงเวลาเช้าจึงจะดี
ทุ่งทานตะวันของจังหวัดสระบุรี
สามารถเที่ยวชมได้เป็นระยะเวลานานหลายเดือนตลอดฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน จะมีทานตะวันบานสะพรั่งสวยงามในพื้นที่ 13 อำเภอ นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้ตลอดเวลา เลือกชมได้ในหลายๆ พื้นที่ โดยแต่ละแห่งจะมีความสวยงาม และกิจกรรมการจัดงานแตกต่างกันออกไป สอบถามระยะเวลาการบานในแต่ละอำเภอที่ ททท.ภาคกลาง เขต 7 โทร. 0 3642 2768-9
แนะนำเส้นทางเที่ยวทุ่งทานตะวันของจังหวัดสระบุรี
เส้นทางที่ 1 เที่ยวทุ่งทานตะวัน ชิมไวน์ กินสเต็ก ที่อำเภอมวกเหล็ก
อำเภอมวกเหล็ก เป็นสวรรค์สำหรับนักดื่มไวน์ เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตองุ่นรสดีชั้นนำของประเทศ มีไร่องุ่นจำนวนมากบนพื้นที่กว้างไกลสุดสายตา และยังมีองุ่นให้นักท่องเที่ยวเลือกตัด แล้วเอากลับบ้านไปด้วย ดื่มไวน์องุ่นควบคู่กับสเต็กเนื้อชั้นดี อร่อยอย่าบอกใคร
ออกเดินทางกันไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ เข้าส ู่อำเภอมวกเหล็ก ชมทุ่งทานตะวันกันให้พอใจ แล้วแวะชิมองุ่นสด ดูกรรมวิธีการผลิตในโรงหมัก ที่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง ไร่คุณมาลี ไร่อัษฎางค์ จิบไวน์รสชาติดี ได้แก่ ไวน์ภูมร ไวน์แวงเดอเรย์ และไวน์ลำพญา แวะรับประทานเนื้อสเต็กมื้อกลางวัน
หรือจะไปกินส้มตำ ไก่ย่าง และพักผ่อนเย็นใจ ที่ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย น้ำตกดงพญาเย็น ตกเย็นหาที่พักกันก่อน พรุ่งนี้เราค่อยมาลุยกันใหม่ ที่พักในอำเภอมวกเหล็ก ได้แก่ ไร่กุสุมา ถนนมวกเหล็ก-เจ็ดสาวน้อย บ้านสวนสายป่าน มวกเหล็กพาราไดซ์ พาร์คฮิลล์ รีสอร์ท ไร่ดาวเด่น
ขากลับในวันรุ่งขึ้น เดินทางไปนมัสการ รอยพระพุทธบาท ที่วัดพระพุทธบาทเพื่อความเป็นสิริมงคล และแวะ วัดพระพุทธฉาย ที่มีรอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีการสร้างมณฑปครอบไว้ เที่ยวกันเพลิดเพลินแล้ว ขากลับอย่าลืมแวะซื้อของฝากก่อนกลับบ้าน
ร้านอาหารแนะนำอำเภอมวกเหล็ก
หากมองหากะหรี่ปั๊บเลือกชื่อ รสอร่อย ต้องที่นี่เลย ร้านครูต้อ กม. 134 ถนนมิตรภาพ หรือจะไปรับประทานสเต็กกันให้จุใจ ต้องที่นี่ เทพประทานเสต็กเฮาส์ กม. 131 ถนนมิตรภาพ หรือที่ แดรี่ โฮม กม. 137 แยกถนนมิตรภาพ ที่นี่ไม่ได้มีแต่สเต็กเท่านั้น แต่ยังมีซุปร้อนๆ สารพัน ไส้กรอกหมูไวน์แดง ไส้กรอกไวน์ขาวพริกไทยอ่อน และไส้กรอกอร่อยๆ อีกมาก และที่ขาดไม่ได้คือ ขาหมูทอดแบบเยอรมัน กรุบกรอบเคี้ยวเพลิน หรือจะเป็นสปาเก็ตตี้ขี้เมา ถูกปากคนไทย ด้วยรสชาติเครื่องผัดขี้เมา ยำเห็ดโคนน้อย อร่อยพอเหมาะกับน้ำยำรสเด็ด แล้วต่อกันด้วยไอศกรีมที่ทางร้านทำเอง เลือกสั่งกันได้สารพันรสชาติความอร่อย หรือจะเลือกซื้อนมสดหิ้วติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ไม่เลว มีทั้งแบบขวดและแกลลอนให้เลือก
ของที่ระลึก OTOP อำเภอมวกเหล็ก
กะหรี่ปั๊บสารพัดไส้ให้เลือกกันตามชอบ เนื้อเค็ม เนื้อหวาน หมูเส้น กุนเชียงสมุนไพร นมสด องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น ไวน์ ถั่วกระจก หมวกคาวบอยยางพารา แล้วอย่าลืมเมล็ดทานตะวันอบ ไปแทะเล่นกันยามว่าง
เส้นทางที่ 2 เที่ยวทุ่งทานตะวัน ผจญภัย เดินป่า เที่ยวน้ำตก
ออกเดินทางกันมาแต่เช้า เข้าสู่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ที่อำเภอแก่งคอย จะเลือกเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก โดยเส้นทางสู่ น้ำตกโกรกอีดก ตกเย็นกลับมาเตรียมที่พัก โดยจะเลือกพักในบ้านพัก หรือจะเลือกพักในเต็นท์บริเวณริมอ่างเก็บน้ำก็ย่อมได้ (ติดต่อที่พัก โทร. 0 3634 7105 -6 ต่อ 501, 175) อากาศเย็นๆ แบบนี้ นั่งคุยกันไป รับประทานอาหารเย็นไป ได้บรรยากาศแห่งการท่องเที่ยวดีนัก
เช้าวันรุ่งขึ้น ขับรถไปทุ่งทานตะวัน ของอำเภอแก่งคอย ชื่นชมความงามของทุ่งทานตะวันบนเนินเขา ที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และท้องฟ้าสีสวยใส ทำให้เราบันทึกภาพกันได้แบบไม่ต้องยั้งมือ
หลังจากเริ่มจะหิวกันแล้ว ไปเที่ยว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กัน บริเวณรอบเขื่อนพัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สามารถนั่งรถลากชมทิวทัศน์บนสันเขื่อน รับลมเย็นๆ หรือจะเลือกหาของอร่อยรับประทานกันตามร้านบริเวณนั้น แล้วค่อยเดินทางกลับ
ร้านอาหารแนะนำและของฝากในอำเภอแก่งคอย
ชิม ไก่ย่างเขาสวนกวาง หอมอร่อยถูกใจ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดหน้าสถานีรถไฟแก่งคอย หรือหากอยากได้บรรยากาศสวนอาหาร กับเมนูหลากหลาย เลือก สวนอาหารร่มไทร อิ่มแล้วสบายท้องไปตามๆ กัน แวะซื้อของฝากของดีแก่งคอย ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา ปลาร้าสับ ไม้กวาดดอกหญ้า เครื่องต้มยำอบแห้ง และผลิตภัณฑ์เครื่องแก้ว
ร้านอาหารแนะนำและของฝาก ในอำเภอวังม่วง
ไปชิม อาหารป่ารุ่งทิพย์ หรือที่ ไร่ปภัสรา แล้วแวะซื้อของฝากกัน เช่น จักสานใบลาน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกทานตะวัน ผักผลไม้ปลอดสารพิษ ดอกทานตะวันยังสามารถใช้เลี้ยงผึ้งได้อีกด้วย ได้ผลผลิต น้ำผึ้งจากดอกทานตะวันนำมาบรรจุขวดแก้วสวยงาม ใช้เป็นของขวัญของฝากที่ถูกใจผู้รับเป็นอย่างดี หรือจะเลือกซื้อหาน้ำดอกทานตะวันจากเกสรดอก มีกลิ่นหอม คล้ายดอกเก็กฮวย
สักการะ รอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย พระพุทธฉายเบื้องขวา
จากอดีตมีความเชื่อกันว่า รอยพระพุทธบาทเป็นอุเทสิกเจดีย์ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นมาแทน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมาค้นพบหลักฐานและมีความเชื่อตามคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับรอยพระพุทธบาทไว้ห้าแห่ง ซึ่งรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี เป็นหนึ่งในจำนวนห้าแห่ง จึงมีความเชื่อว่า เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของชาวพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เป็นสัญลักษณ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย นี้ประดิษฐานอยู่บนมณฑปซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก อยู่ภายในวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท
นอกจากนี้แล้ว สระบุรียังมีรอยพระพุทธบาทอีกแห่งหนึ่งที่ วัดพระพุทธ ฉาย เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ค้นพบในปี พ.ศ.2537 โดยกรมศิลปากร ได้ทำการซ่อมแซม มณฑปห้ายอด ที่ชำรุดทรุดโทรม ในการซ่อมแซมครั้งนี้ช่างได้ทำการเคลื่อนย้ายรอยพระพุทธบาทจำลองออกไป จากนั้นได้ทำการทุบพื้นซีเมนต์เก่าออก ก็พบว่ามีทราบหยาบๆ จำนวนมาก ช่างได้ทำการคุ้ยทรายออก จึงปรากฏว่าพบรอยพระพุทธบาท (เบื้องขวา) เด่นชัด ตรวจสอบว่ามีรอยธรรมจักรถูกต้อง ตามลักษณะทุกประการ
สำหรับนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย และเบื้องขวา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวท่าน และครอบครัว เป็นการท่องเที่ยวสระบุรีใน 1 วัน การเดินทางเริ่มจาก -นมัสการพระพุทธบาทเบื้องซ้าย ณ วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร แวะซื้อผ้าทอมือ ที่วัดต้นตาล ชมจิตกรรมผาผนัง ที่วัดสมุห์ประดิษฐาราม สักการะพระทองคำ วัดพะเยาว์ เลือกซื้อกระยะสารท ต่อด้วยวัดถ้ำนารายณ์ วัดปฏิบัติธรรม จากนั้นเดินทางไหว้พระในถ้ำ ที่ วัดพระธาตุเจริญธรรม และสักการะรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ณ วัดพระพุทธฉาย
ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน
ช่วงเช้า
- ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ อำเภอเสาไห้ ถิ่นวัฒนธรรมชาวไทยยวน จังหวัดสระบุรี นมัสการ พระศรีพุทธมงคลมุนี พระปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลาแลง ศิลปะสมัยอยุธยา และชมเสาตะเคียนทอง ที่มาของ เสาร้องไห้ ที่กลายมาเป็นชื่อ อำเภอเสาไห้ที่วัดสูง ไม่ไกลกันมานัก ท่านจะได้ชม ศิลปรรมแบบไทย-จีนที่วัดสมุหประดิษฐาราม
สร้างขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ ๓ นมัสการพระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัย พร้อมชมภาพ จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ
- จากนั้นเดินทาง ต่อไปยังวัดพะเยา นมัสการ พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปปางขัดสมาธิ พระพักตร์กลม พระโอษฐ์ยิ้ม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ศิลปะสกุลช่างอยุธยาบริสุทธิ์ นับเป็นพระพุทธรูปทองคำที่เล็ดลอด จากพม่า ให้รุ่นลูกหลานได้ร่วมชื่นชม เมื่อเสียกรุงครั้งที่ ๒ ทางกรมศิลปากรได้ตรวจสอบปรากฏ ว่าเป็นโลหะที่มีทองคำผสมอยู่ถึง
70 % ชาวบ้านจึงเรียกว่า หลวงพ่อทองคำเป็นที่เคารพของชาวอำเภอเสาไห้ นอกจากจะมี วัดสำคัญๆ เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรม อำเภอเสาไห้ ยังมีร้านอาหารอร่อยน่าชิมอยู่หลายร้าน ในเส้นทางนี้จึงอยากจะขอแนะนำ ร้านอาหารมื้อกลางวันได้ ลองแวะชิมกันคือ ร้านขนมจีนบีบสดใหม่ๆ รสเยี่ยม ที่โด่งดัง ในอำเภอนี้ ร้านขนมจีนครูอี๊ด หรือจะเลือกลงแพริมสัมผัสบรรยากาศแม่น้ำป่าสัก ก็มีให้เลือกถึงสองร้านคือ ร้านอาหารแพปลาแม่น้ำป่าสัก และร้านต้อมแควป่าสักเสาไห้
ถ้าอยากจะชิมอาหารพื้นบ้าน ไทยยวน ก็ต้องเป็นที่ร้านเก๊าไม้ ข้างวัดต้นตาล
ช่วงบ่าย
- หลังจากเต็มอิ่มกับรสชาติของอาหารมื้อกลางวันแล้ว ยังอยากจะแนะนำให้แวะชม และหา ซื้อผ้าทอไทยยวน ที่ตลาดวัดต้นตาล และ ชมหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยยวน สระบุรี ก่อนจะ เดินทางต่อไปยังอำเภอพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท รอยพระพทุธบาท (เบื้องซ้าย) ปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มีความเชื่อกันว่าหากสักการะรอยพระพุทธบาท ครบ ๗ ครั้ง จะได้ขึ้นสวรรค์ ภายในบริเวณวัดยังมีร้านขายของฝากของเมืองสระบุรีที่ขึ้นชื่อมากมาย หลังจากได้เดินทางเข้าตัวเมืองจังหวัดสระบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมือง ย่านของฝากชื่อดัง กะหรี่ปั๊บ
- เดินทางต่อไปยัง วัดพระพุทธฉาย พระพุทธฉาย หรือเงาของพระพุทธเจ้า อยู่บนผาหิน ลักษณะคล้าย ประทับยืน สูงประมาณ ๕ เมตร ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตามตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เขาฆาฎกะ (เขาพระฉาย) ได้กระทำพุทธปาฏิหาริย์เพื่อให้พระฉายาของพระองค์ปรากฏอยู่บนหน้าผา และเสด็จประทับรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ไว้บริเวณยอดเขาให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต หลังจากนั้นเดินทางกลับกรุงเทพฯ
นับได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้สามารถกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ครบทั้ง เบื้องซ้ายและเบื้องขาว เพียงแค่ขับรถชั่วโมงเศษจากกรุงเทพฯ ก็สามารถเที่ยวได้ในวันเดียว
|