|
นากุ้งนาเกลือ
เขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีชายฝั่งทะเลที่เหมาะกับการทำนาเกลือนากุ้งหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ตำบลกาหลง นาโคก บ้านบ่อ บางโทรัด โคกขาม พันท้ายนรสิงห์ และบริเวณ 2 ข้างทางสายธนบุรี-ปากท่อ ต่อเขตจังหวัดสมุทรสงคราม และมีนาเกลือ มีเกลือกองสีขาว มีนกหลายชนิดบินผ่านไปมา มีกังหันวิดน้ำเข้านาเกลือหมุนเล่นลม เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ผู้คนที่ใช้เส้นทางสายนี้สัญจรไปมามักหยุดชมอยู่เสมอ
แม่น้ำท่าจีน
เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของจังหวัด ต้นแม่น้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ไหลผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม แล้วไหลลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร
ตลาดมหาชัย (ท่าเรือเทศบาล)
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน นับเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมของสมุทรสาคร ตลาดมหาชัยนี้มีท่าเรือหลายแห่ง เป็นท่าเรือเมล์ที่ไปสู่ท้องที่ตำบลต่างๆ และสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้ มีทั้งเช่าเหมาลำ และเรือประจำทาง
วัดใหญ่จอมปราสาท
หรือวัดใหญ่สาครบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง เป็นวัดเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 400 ปีมาแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง สิ่งที่น่าชมในวัดนี้ได้แก่ พระอุโบสถทั้งหลังเก่าและหลังใหม่ บานประตูและหน้าต่างรอบพระอุโบสถแกะสลักอย่างสวยงามและประณีตมาก สันนิษฐานว่าช่างผู้แกะสลักบานประตูและหน้าต่างนี้เป็นช่างชาวจีนที่มากับเรือสำเภา เพราะลวดลายนั้นมีต้นไม้จีนปนอยู่ด้วย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นฝีมืองานช่างศิลปะที่ล้ำค่า จัดเป็นโบราณสถานของชาติ
การเดินทางไปวัดใหญ่จอมปราสาท เมื่อลงจากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนราว 100 เมตร จะมีทางลูกรังแยกซ้ายเข้าวัด
หมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอม
เป็นตำบลใหญ่เรียกว่า ตำบลท่าฉลอม เป็นเขตสุขาภิบาลแห่งแรกในประเทศไทย มีผู้ประกอบอาชีพประมงเป็นจำนวนมาก มีตลาดและกิจการต่อเรือที่ตั้งเรียงรายอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน การเดินทางไปบ้านท่าฉลอม สามารถข้ามฟากที่ท่าเรือเทศบาลฝั่งมหาชัยใกล้กับศาลหลักเมือง หรือทางรถยนต์ ตามเส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ เลยสี่แยกเข้าตำบลมหาชัยไปทางจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วแยกซ้ายเข้าตำบลท่าฉลอม
วัดสุทธิวาตวราราม หรือวัดช่องลม
เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง วัดช่องลมนี้ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและยกย่องว่าเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง นอกจากเป็นศาสนสถานแล้วยังเป็นสถานที่ตากอากาศได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าวัดมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ ยามเย็นที่วัดช่องลมจะแลเห็นทัศนียภาพที่งามมาก
การเดินทาง สามารถลงเรือได้ที่ท่าเรือเทศบาล ข้ามฟากไปฝั่งท่าฉลอมและขึ้นรถสองแถวต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
สะพานปลา
เป็นสะพานปลาที่ใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งรองจากกรุงเทพฯ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสาคร มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลทุกอย่างเป็นจำนวนมาก เป็นศูนย์กลางการค้าปลาทะเล เป็นแหล่งที่เงินตราสะพัดหมุนเวียนวันละหลายล้านบาท
สนามกอล์ฟ (เอกชัยกอล์ฟคันทรีคลับ)
เป็นสนามกอล์ฟที่กว้างขวางสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพลิดเพลินกับการเล่นกีฬา อยู่ที่ตำบลบางน้ำจืด ห่างจากตัวจังหวัดสมุทรสาคร 13 กิโลเมตร
ป้อมวิเชียรโชฎก
ตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย ในตัวเมืองสมุทรสาคร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2370 ก่อด้วยอิฐถือปูน กว้างประมาณศอกเศษ สูง 7 ศอก ในปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นเพียงบางส่วน ป้อมนี้สร้างไว้กันข้าศึกที่ยกเข้ามาทางทะเล ปืนใหญ่ที่ป้อมวิเชียรโชฎกปัจจุบันเก็บไว้ที่ศาลากลางจังหวัดและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
คลองโคกขาม
เป็นคลองในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร มีความคดเคี้ยวมาก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ ครั้งที่พระเจ้าเสือหรือสมเด็จพระสรรเพชรที่ 8 (พ.ศ. 2246-2252) เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลองโคกขามด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่า ลุศักราช 1066 ปีวอก ขณะนั้นเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามและคลองที่นั่นคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์ที่ถือท้ายเรือพระที่นั่งคัดแก้ไขมิทัน และหัวเรือพระที่นั่งโดนกระทบกิ่งไม้อันใหญ่เข้าก็หักลง จึงดำรัสให้นายเพชฌฆาตประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์เสีย แล้วให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา เอาศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือที่หักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาลนั้น
สำหรับเกร็ดที่เล่าเกี่ยวกับพันท้ายนรสิงห์นั้นเล่าว่า เป็นเพราะพันท้ายนรสิงห์รู้ว่าทางข้างหน้าที่พระเจ้าเสือจะเสด็จผ่านนั้น มีพวกกบฏคอยซุ่มจะทำอันตรายอยู่ มีวิธีเดียวที่ปลอดภัยคือ ทำให้เสด็จไปไม่ถึงจุดนั้น โดยการแกล้งคัดท้ายเรือ จนกระทั่งโขนเรือเอกชัยชนกิ่งไม้หัก แล้วยอมถวายชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าเสือทรงทราบจึงทรงให้บันทึกเหตุการณ์ไว้ในพงศาวดาร และโปรดให้สร้างศาลขึ้น ณ ตรงที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ ทั้งโปรดให้ขุดคลองลัดตัดทางคดเคี้ยวของคลองโคกขามเสียให้ตรง โดยให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน 3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248 ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาดคลองกว้าง 5 วา ลึกโดยเฉลี่ย 6 ศอก เสร็จในปี พ.ศ. 2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า คลองสนามไชย ต่อมาเปลี่ยนเป็น คลองมหาชัย แต่บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า คลองถ่าน
ที่ปากคลองมหาชัยติดต่อกับคลองโคกขาม จะมีศาลของพันท้ายนรสิงห์ตั้งอยู่เป็นศาลไม้ ศาลนี้เป็นศาลใหม่ที่มีผู้มาสร้างไว้ภายหลัง ศาลเดิมอยู่ที่วัดโคกขาม เป็นบริเวณที่หัวเรือพระที่นั่งเอกชัยชนกิ่งไม้หัก แต่เนื่องจากคลองโคกขามตื้นเขินมาก ประกอบกับสถานที่เดิมอยู่ห่างไกลมาก จึงมีผู้ย้ายศาลไปไว้บริเวณปากคลองมหาชัยต่อกับคลองโคกขาม
บริเวณที่หัวเรือพระที่นั่งเอกชัยชนกิ่งไม้หักนั้น สภาพคลองโคกขามมีลักษณะเป็นโค้งข้อศอกน้ำไหลเชี่ยวมาก กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานสถานพันท้ายนรสิงห์ ภายในศาลใหม่มีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในย่านนั้น
วัดโคกขาม
ตั้งอยู่ริมคลอง เป็นวัดเก่าแก่มีบริเวณกว้างขวาง มีท่าเทียบเรือให้ขึ้นชมได้ สิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือ พระอุโบสถหลังเก่าด้านหน้ามีพระเจดีย์เก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม สถาปัตยกรรมการก่อสร้างศิลปะแบบอยุธยา ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังเก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ไว้หลายอย่าง เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และศาลเพียงตาของเดิม เป็นต้น
การเดินทางล่องคลองโคกขาม สามารถเช่าเรือหรือโดยสารเรือเมล์ได้ที่ ท่าเรือตลาดสังวาลย์ (ท่าเรือตลาดมหาชัย) หรือที่ท่าเรือบ้านไร่ก็ได้ ราคาเช่าเหมาขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และสถานที่ที่จะให้แวะชม เช่น เรือขนาดบรรทุก 10-15 คน จากท่าเรือตลาดสังวาลย์-เที่ยวคลองโคกขาม-วัดโคกขาม-ศาลพันท้ายนรสิงห์ ไป-กลับ ราว 2-3 ชั่วโมง ค่าเช่าเหมาตกลำละประมาณ 400-500 บาท
วัดป่าชัยรังสี
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าบางปลา เป็นวัดที่สร้างอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใช้ศิลปะการก่อสร้างหลายแบบแปลกตาบนเนื้อที่ 200 ไร่ การเดินทางใช้เส้นทางถนนเศรษฐกิจ (มหาชัย-กระทุ่มแบน) ห่างจากตำบลมหาชัยประมาณ 5 กิโลเมตร แยกซ้ายตรงข้ามกับสถานีไฟฟ้าย่อยเข้าไป 1.5 กิโลเมตร
|