|
ข้อมูลทั่วไป :
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน และอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า ห่างจากชายฝั่งทะเลบริเวณท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี(เกาะสต๊อร์ค) เกาะไข่(เกาะดอรินลา) และเกาะกลาง(เกาะจุมบา) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 135 ตารางกิโลเมตร หรือ 84,375 ไร่ ซึ่งเป็นเนื้อที่พื้นดินประมาณ 20,594 ไร่ นอกนั้นเป็นพื้นน้ำ
การเดินทาง :
จากกรุงเทพฯ สู่อำเภอตะกั่วป่า จะผ่านอำเภอคุระบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าแพปลา เหมาเรือยนต์ไปที่หมู่เกาะสุรินทร์ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดระนอง จากตัวเมืองระนองไปตามทางหลวงสายระนอง-ตะกั่วป่า ถึงกิโลเมตรที่ 720 ก่อนก็จะถึงอำเภอคุระบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงแพปลาซึ่งเป็นท่าเทียบเรือคุระบุรีเช่นกัน
จากท่าเรืออำเภอคุระบุรี มีเรือให้เช่าไปหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทาง 60 กิโลเมตร
เรือเร็วเดินทาง 1.30 ชม.เรือเมล์ขนาดใหญ่ประมาณ 3 ชม. ติดต่อ
บ.บาราคูดาไดฟ์วิ่ง จก. สนง.คุระบุรี โทร. 076-491-900 , กรุงเทพ โทร. 02-311-2401-2
จากท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
จากจังหวัดระนอง สามารถเช่าเรือได้ที่ท่าเรืออำเภอกะเปอร์ ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง หรือติดต่อได้ที่ โรงแรมจันทร์สมธารา โทร. 946-3639, (077) 823-350-2 มีเรือนำเที่ยวออกจากหาดชาญดำริ
สิ่งอำนวยความสะดวก :
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีบ้านพัก(เรือนแถว) ไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 3 หลัง พักได้หลังละ 30 คน ค่าธรรมเนียมที่พัก 1,500 บาทต่อคืน และมีเต้นท์เล็กพักได้ 2 คน 40 บาทต่อคืน
และมีบริการอาหารและเครื่องดื่มด้วย
การติดต่อ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150 โทร. (076) 491378
หมายเหตุ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลควรจะเริ่มประมาณ ต้นเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน อย่างไรก็ตามก่อนการเดินทางควรจะติดต่อขอทราบรายละเอียดสภาวะอากาศ จากกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 399-4566, 260-1502 ล่วงหน้าก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
ลักษณะภูมิประเทศ :
ลักษณะพื้นที่ประกอบด้วยเทือกเขาเรียงราย สลับซับซ้อนต่อเนื่องกันเป็นเทือก มีที่ราบน้อยตามบริเวณรอบอ่าวที่เป็นหาดทรายและหุบเขา ดินมีลักษณะเป็นดินทราย แต่ความชุ่มชื้นสูง ทำให้พันธุ์ไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น และบางตอนเป็นหน้าผาสูงชัน มีพื้นที่ป่าประมาณสองหมื่นกว่าไร่ ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบชื้น บริเวณชายทะเลเป็นป่าไม้โกงกาง
ลักษณะชายฝั่งโดยทั่วไปของหมู่เกาะสุรินทร์จะมีส่วนเว้าแหว่งเป็นอ่าวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป และด้วยการที่ห่างไกลจากชายฝั่งทำให้บริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ได้รับอิทธิพลจากชายฝั่งน้อย บริเวณรอบๆเกาะยังเป็นเขตน้ำลึกกว่า 50 เมตร การไหลเวียนของน้ำบริเวณรอบๆเกาะกับน้ำทะเลในทะเลเปิดเป็นไปอย่างสะดวก ประกอบกับสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์บนเกาะเป็นตัวป้องกันการพังทลายของดิน และป้องกันการตกตะกอนที่จะลงมายังทะเล ทำให้น้ำทะเลมีความโปร่งใสสูง มีพิสัยการมองเห็นใต้น้ำอาจจะถึง 20 เมตร
ลักษณะภูมิอากาศ :
หมู่เกาะนี้มีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี ฝนตกชุกในฤดูฝน ซึ่งเริ่มในราวเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดกระหน่ำรุนแรง ฤดูแล้งจะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน แต่ยังมีฝนตกบ่อยๆ ช่วงเดือนที่ควรเดินทางอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึง เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดภัยจากฤดูมรสุม
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบชื้น และบริเวณริมทะเลบางแห่งมีป่าโกงกางขึ้นอยู่ สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ด้วยไม้มีค่าหลายชนิด ได้แก่ไม้ยาง ตะเคียน กระบาก จำปา หูกวาง โพธิ์ทะเล ค้อ ปออีเก้ง หวาย เป็นต้น
สัตว์ป่า ประกอบด้วย ลิง ค่าง กระจง นกลุมพูขาว และนกมูม ซึ่งเป็นนกที่หายาก และจะหากินรวมกันเป็นฝูงๆ ประมาณ 15-40 ตัว นอกจากนี้ก็มีนกนางนวล นกยางเขียว นกกระเต็น เหยี่ยว นกปรอท นกพิราบป่า นกนางแอ่น เป็นต้น
จุดเด่นที่น่าสนใจ :
เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้
ในเกาะนี้มีอ่าวทั้งหมด 10 กว่าแห่ง อ่าวที่มีชื่อเสียงก็คือ อ่าวแม่ยาย หรืออ่าวแม่ใหญ่ เป็นอ่าวที่มีลมสงบและมีขนาดใหญ่ที่สุด อ่าวลึกอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ มีน้ำลึกจนเป็นสีเขียวเข้ม มีปะการังในช่วงน้ำตื้นสวยงามไม่แพ้ที่แห่งใด
เต่าทะเล
เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เกิดร่วมยุคเดียวกับไดโนเสาร์ และสามารถวิวัฒนาการสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้ว ปัจจุบันเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยากและใกล้ที่จะสูญพันธุ์เช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากชายทะเลที่เต่าทะเลใช้เป็นที่วางไข่ถูกรบกวน ทั้งจากการพัฒนาและการท่องเที่ยว อีกทั้งเต่าทะเลวัยอ่อนมักจะได้รับภัยอันตรายจากมนุษย์และภัยธรรมชาติ ทำให้สถานการณ์ของเต่าทะเลอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หากไม่ช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นที่อยู่อาศัยของมันในวันนี้ โดยปกติเต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่บนชายหาดที่เงียบสงบในช่วงหมดฤดูฝน เต่าทะเลที่พบ ได้แก่ เต่ากระ เต่าหญ้า และเต่าตนุ
ชาวเลแห่งหมู่เกาะสุรินทร์
ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเล เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่มีอยู่ในหมู่เกาะสุรินทร์ ชาวเลเป็นชนเผ่าหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะของทะเลอันดามัน กระจายอยู่ตั้งแต่เกาะ ไนโคบาร์(NICOBAR) ประเทศอินเดีย หมู่เกาะในประเทศพม่า ตลอดเรื่อยไปจนถึงเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย อาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นเรือทำจากไม้ระกำชันเรือด้วยยางไม้ แต่อายุการใช้งานการใช้เรือชนิดนี้มีแค่ 6 เดือน ชาวเลจะไม่มีภาษาเขียน ชาวเลส่วนหนึ่งสามารถพูดภาษายาวีได้ การนับเวลาจะสังเกตเดือนและดวงจันทร์
|