|
ข้อมูลทั่วไป :
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิด และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตก แอ่งน้ำอุ่น บ่อน้ำพุร้อน ซึ่งสามารถเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่าใต้พื้นโลกเรายังมีความร้อนระอุอยู่
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ประมาณ 592 ตารางกิโลเมตร หรือ 370,000 ไร่
การเดินทาง :
น้ำตกแจ้ซ้อน อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดลำปางประมาณ 75 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองลำปาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 1035 สายลำปาง-แจ้ห่ม ซึ่งเป็นทางลาดยาง ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร จะถึงทางแยกเข้าไปยังกิ่งอำเภอเมืองปาน ไปตามเส้นทางอีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกแจ้ซ้อน ปัจจุบันนี้สามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้ทุกฤดูกาล
สิ่งอำนวยความสะดวก :
อุทยาน แห่งชาติแจ้ซ้อน ครั้งยังเป็นวนอุทยานน้ำตกแจ้ซ้อนได้รับความอนุเคราะห์จาก หลายหน่วยงานจำนวนมาก ได้ร่วมกันพัฒนาจัดตกแต่งอุทยานเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกประกอบด้วยบ้านพักรับรอง 1 หลัง ศาลาพักร้อน ศาลาเอนกประสงค์สำหรับการจัดกิจกรรม ห้องอาบน้ำรวม 10 ห้อง และห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว ค่าเช่าห้องประชุม 100 คน/ห้อง ราคา 1,000 บาท/วัน ค่าอาบน้ำแร่ ผู้ใหญ่ 20 บาท/ครึ่งชั่วโมง เด็ก 10 บาท/ครึ่งชั่วโมง
อุทยานมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 4 หลัง ดังนี้
บ้านคำดอย พักได้ 6 คน ราคาห้องละ 700 บาท/คืน
บ้านคำขาว พักได้ 6 คน ราคาห้องละ 700 บาท/คืน
บ้านคำแสด พักได้ 6 คน ราคาห้องละ 700 บาท/คืน
บ้านคำปอง พักได้ 6 คน ราคาห้องละ 700 บาท/คืน
ลักษณะภูมิประเทศ :
สภาพภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ติดต่อกับสันปันน้ำซึ่งเป็นเขตแบ่งระหว่างลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,700 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบริเวณป่าต้นน้ำลำธาร และเป็นแหล่งต้นกำเนิดของลำห้วยใหญ่ๆ ที่สำคัญเป็นสาขาของแม่น้ำวัง เช่น แม่น้ำสอย ห้วยแม่กา ห้วยแม่ปาน
ลักษณะภูมิอากาศ :
สภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 3 ฤดู คือ
ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีฝนตกหนักในเดือนกันยายน
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย
ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญคือ มะค่าโมง ยมหิน ยมหอม ดำดง ตะแบกยางขาว สนสองใบ สนสามใบ ประดู่ เต็ง รัง เหียง พลวง เป็นต้น
สัตว์ป่าประกอบด้วย เก้ง กระจง หมูป่า เสือไฟ กระต่ายป่า เลียงผา บ่าง ลิง ค่าง เม่น หมี กระรอก กระแต และนกนานาชนิด เช่น นกกางเขนดง ไก่ป่า นกหัวขวาน นกเขา เป็นต้น ประมาณเดือนเมษายนของทุกปี จะมีจั๊กจั่นป่ามารวมตัวกันบริเวณน้ำพุร้อน ซึ่งเชื่อกันว่า จั๊กจั่นป่าเหล่านี้มาดื่มน้ำแร่
จุดเด่นที่น่าสนใจ :
จากลักษณะพื้นที่ที่เป็นป่าผืนใหญ่ ประกอบด้วย เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารสายสำคัญ ทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ประกอบด้วย
น้ำตกแจ้ซ้อน
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลใสสะอาดตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกที่มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสายลงมาเป็นขั้นๆ มีความสูง 6 ชั้น
น้ำตกแม่มอน
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลรุนแรงจากชะง่อนผาสูงลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง
น้ำตกแม่ขุน
เป็นต้นน้ำที่สายยาว สูงจากยอดเขาประมาณ 100 เมตร ไหลมาพบกับน้ำตกแม่มอน
บ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่
เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยาน่าสนใจ น้ำพุร้อนผุดจากบ่อเล็กถึง 9 บ่อ ในบริเวณราว 3 ไร่ เต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ นอกจากนี้ยังมีน้ำพุร้อนที่มีกลิ่นกำมะถันค่อนข้างอ่อนอยู่ตามบริเวณใกล้เคียง มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส
แอ่งน้ำอุ่น
เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลของน้ำพุร้อนมาพบกับน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน ทำให้เกิดแอ่งน้ำที่มีทั้งน้ำร้อนน้ำเย็นผสมกัน เหมาะแก่การแช่อาบเป็นอย่างยิ่ง หลายคนเชื่อว่าการได้อาบน้ำอุ่นเป็นการบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว
|