สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์หลักเมือง
ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาสุขใจ ถนนเทพารักษ์หน้าเทศบาลขอนแก่น ท่านเจ้าคุณปู่พระราชสารธรรมมุนีและหลวงธุรนัยพินิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ริเริ่มสร้างโดยนำหลักศิลาจารึกมาจากโบราณสถานในท้องที่อำเภอชุมแพ มาประกอบพิธีตามแนวทางพระพุทธศาสนา ทำเป็นหลักเมือง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2499 ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวขอนแก่น ทุกวันจะมีประชาชนมาไหว้บูชากันตลอดเวลา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติส่วนภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่ถนนหลังศูนย์ราชการ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ ส่วนใหญ่ได้มาจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีภายในเขตศิลปากรที่ 7 อีกส่วนหนึ่ง เป็นศิลปวัตถุสมัยต่างๆ ที่แบ่งมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ระดับชั้น ชั้นล่างด้านหนึ่งเน้นเรื่องราวของอู่อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่ที่บ้านเชียง โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะดินเผา อีกด้านหนึ่งจัดแสดงใบเสมาหินจำหลักเรื่องพุทธประวัติและภาพปูนปั้นศิลปทวาราวดี จากเมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์
ส่วนชั้นที่สองอาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นส่วนของศิลปวัตถุสมัยขอมหรือลพบุรีที่ได้ในภาคอีสาน เช่น พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผาและศิลปวัตถุอื่นรวมทั้งทับหลัง หินทรายจากปราสาทหินในภาคอีสาน และอีกด้านหนึ่งของชั้นบนเป็นศิลปวัตถุยุคสมัยต่างๆ ของภาคกลาง เช่น อยุธยา สุโขทัย เป็นต้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. (043) 246170
บึงแก่นนคร
มีลักษณะเป็นบึงขนาดใหญ่ ในเนื้อที่ 603 ไร่ ในเขตเทศบาลกลางเมืองขอนแก่น เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีถนนเลียบริมน้ำโดยรอบ ได้มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณรอบบึงให้เป็นสวนสุขภาพ ภายในสวนบริเวณรอบๆ มีภาพประติมากรรมรูปต่างๆ ทางเทศบาลได้ทำการปลูกต้นคูนและไม้ดัดไว้อีกมากมาย ทำให้ดูร่มรื่นสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสนามเด็กเล่นและร้านอาหารบริการผู้มาพักผ่อน
ทางทิศเหนือ ของบึงแก่นนครเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ เจ้าเพียเมืองแพน ผู้ก่อตั้งเมืองขอนแก่น
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ตั้งอยู่เนินสูงที่มีชื่อว่า มอดินแดง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง มีพื้นที่ประมาณกว่า 5,000 ไร่ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทรงกระทำพิธีเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 มหาวิทยาลัยอยู่ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร มีทางเข้าสองทางคือ ด้านถนนมิตรภาพ (สายขอนแก่น-อุดรธานี) และด้านถนนประชาสโมสร (สายขอนแก่น-เลย) เป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทของภาคอีสาน นอกจากนี้ยังมีบึงสีฐานเป็นแหล่งพักผ่อนและเป็นที่อยู่อาศัยของนกเป็ดน้ำในช่วงฤดูหนาว
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอน้ำพอง
พระธาตุขามแก่น
ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 209 (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) ประมาณกิโลเมตรที่ 12-13 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 30 เมตร ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่าโมริยกษัตริย์ เจ้าเมืองโมรีย์ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ มาบรรจุพระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม 9 องค์ นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้วและบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดีจึงหยุดคณะพักชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อ ไปถึงภูกำพร้าปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่าจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้านเมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้งปรากฏว่า แก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ และให้นามว่าพระธาตุขามแก่นมาจนทุกวันนี้ พระธาตุขามแก่นถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น ทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุเป็นประจำ
กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย
ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อยู่บนเส้นทางเดียวกับพระธาตุขามแก่น ตรงต่อไปก่อนถึงสะพานข้ามคลองส่งน้ำจากลำน้ำพอง เลี้ยวซ้ายตามถนนลูกรัง แล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพานเข้าหมู่บ้านนาคำน้อยอีก 500 เมตร ถึงวัดกู่ประภาชัย
กู่ประภาชัย หรือกู่บ้านนาคำน้อย
คือกลุ่มโบราณสถานที่มีลักษณะแผนผังเป็นอโรคยาศาล สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร ราวพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1720-1780) ประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นทางด้านหน้า ด้านขวามือเยื้องไปข้างหน้าเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า บรรณาลัย อาคารทั้งสองล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วโดยมีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าออกด้านหน้าหรือทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว นอกกำแพงที่มุมซ้ายมีสระน้ำ ทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง โดยมีเสาประดับประตู ทับหลังเป็นหินทราย
กู่ประภาชัย หรือกู่บ้านนาคำน้อย
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอมัญจาคีรี
วัดอุดมคงคาคีรีเขต
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านโคก อำเภอมัญจาคีรีเป็นวัดป่าของหลวงปู่ผาง ซึ่งเคยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว แต่มีอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิของหลวงปู่ผางอยู่ในบริเวณวัด นอกจากนั้นที่วัดยังมีเจดีย์และพระอุโบสถที่สวยงามและบริเวณรอบๆ ที่ตั้งของวัดซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา มีต้นไม้ป่าขึ้นอยู่ร่มรื่น เป็นสถานที่ที่เน้นการปฏิบัติวิปัสสนา การเดินทางนั้นจากขอนแก่นไปตามเส้นทางขอนแก่น-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12) ประมาณ 14 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าเส้นทางสายบ้านทุ่ม-มัญจาคีรี (ทางหลวงหมายเลข 2062) อีกประมาณ 44 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าเส้นทางสายมัญจาคีรี-ชัยภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 229) ประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าวัดอีก 12 กิโลเมตร
หมู่บ้านเต่า
จากขอนแก่นไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (ขอนแก่น-ชุมแพ) ประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2062 (ขอนแก่น-มัญจาคีรี) ประมาณ 54 กิโลเมตร (ก่อนถึงอำเภอมัญจาคีรี 2 กิโลเมตร) ถึงบริเวณบ้านกอก ปากทางเข้าหมู่บ้านเต่าด้านซ้ายจะสังเกตเห็นเป็นรูปเต่าจำลอง 2 ตัว วางอยู่บนแท่นหินสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5-2 เมตร ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดศรีสุมัง จากนั้น เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางลูกรังข้างวัดเข้าสู่เขตหมู่บ้านกอก ประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงหมู่บ้านเต่า ซึ่งจะมีเต่าบกชนิดหนึ่ง (ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า เต่าเพ็ก) ลักษณะกระดองจะมีสีเหลืองแก่ปนน้ำตาลเดินอยู่เป็นจำนวนมาก บ้างก็จะอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านเพื่อรออาหารจากชาวบ้าน บ้างก็เดินอยู่ตามถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งจะหาดูได้ไม่ยากเมื่อเดินทางไปถึง
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภออุบลรัตน์
เขื่อนอุบลรัตน์
อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอชุมแพ
เมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่อำเภอชุมแพ
เป็นการพบร่องรอยทางโบราณคดี ยุคสมัยศิลปะทวาราวดี ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น
เมืองโบราณสมัยทวาราวดีแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า โนนเมือง เขตบ้านนาโพธิ์ อำเภอชุมแพ ห่างจากจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 80 กิโลเมตร เดิมทีชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่าบริเวณเนินดินกว้างที่เรียกว่าโนนเมืองนั้น เป็นเมืองเก่าเมืองโบราณ
ลักษณะของเนินเป็นเนินดินรูปไข่ พื้นที่ประมาณ 170 ไร่ มีคูเมือง 2 ชั้น ระยะห่างกันประมาณ 200 เมตร จากการสำรวจของหน่วยศิลปากรที่ 7 พบใบเสมาหินทรายศิลปะทวาราวดี 3 ชิ้น ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน และพบเศษภาชนะดินเผาชิ้นไม่ใหญ่นักกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนเนินดิน เศษภาชนะดินเผาเหล่านี้มีทั้งชนิดเขียนสีแดง ชนิดลายขูดขีดและลายเชือกทาบ
นอกจากนี้ยังค้นพบ โครงกระดูกมนุษย์ที่มีพิธีฝังศพตามประเพณีโบราณ มีธรรมเนียมการฝังเครื่องมือเครื่องใช้ลงไปพร้อมศพด้วย เช่น หม้อและภาชนะดินเผาเขียนสีและลายขูดขีด ลายเชือกทาบ กำไลสำริด กำไลกระดูกสัตว์ เปลือกหอย ลูกปัดหินสี ฯลฯ
การเดินทาง ใช้เส้นทางขอนแก่น-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12) ผ่านตัวอำเภอชุมแพ ถึงที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร
วนอุทยานถ้ำผาพวง
อยู่ในเขตบ้านดงลาน ตำบลผานกเค้า อำเภอชุมแพ ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางสายขอนแก่น-ชุมแพ 123 กิโลเมตร (ทางหลวงหมายเลข 12 และ 201 มีทางแยกขวามือเข้าสู่วนอุทยานถ้ำผาพวงอีก 4 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง ถ้ำผาพวงเป็นถ้ำใหญ่ที่งดงาม น่าเที่ยว เมื่อไปจอดรถที่เชิงเขาต้องเดินอ้อมเชิงเขาไปอีกด้านหนึ่ง เพราะปากทางเข้าสู่ถ้ำผาพวงนั้นอยู่ทางด้านเหนือจากเชิงเขา มีทางไต่ขึ้นไปชมถ้ำเป็นเนินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วลาดต่ำลง เมื่อถึงปากถ้ำจะเห็นทัศนียภาพที่เป็นป่าเขาอยู่ลิบๆ
ถ้ำผาพวงเป็นถ้ำหินปูน ที่เพดานถ้ำมีลวดลายธรรมชาติของหินงอกหินย้อยสวยงามมาก ที่เพดานถ้ำทางด้านในจะมีปล่องใหญ่ ถ้าเดินลึกเข้าไปอีกจะมีทางวกลงสู่ที่ต่ำ แล้วจะมาโผล่ทางกลางถ้ำได้อีก ประกาศเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2517 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 3,125 ไร่ การเดินทางไปชมวนอุทยานถ้ำผาพวง ควรเตรียมตัวสำหรับการปีนเขา อาหารห่อ น้ำดื่มไปด้วย เพราะบริเวณวนอุทยานไม่มีร้านอาหาร
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอภูเวียง
อุทยานแห่งชาติภูเวียง
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอภูผาม่าน
อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ผานกเค้า
เป็นภูเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่ริมลำน้ำพอง ในเขตท้องที่อำเภอภูผาม่านหันหน้าชนกับภูกระดึง จังหวัดเลย ผานกเค้าอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 125 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายขอนแก่น-วังสะพุง (หมายเลข 2 และ 201) ผานกเค้าอยู่ทางด้านซ้ายมือของบ้านดงลาน ลักษณะของผานกเค้าเป็นภูเขาหินสีดำ บางส่วนกระเทาะออกเห็นเนื้อหินสีส้ม มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ประปราย บริเวณที่จะมองเห็นเค้าโครงของนกเค้าได้ชัดเจนควรเดินเข้าไปในศูนย์เพาะชำกล้วยไม้ กองบำรุง กรมป่าไม้ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากถนน จะเห็นว่าลักษณะผาเหนือจงอยปากขึ้นไปมีลักษณะเป็นหงอน ถัดลงมาเป็นหินกลมโค้งต่ำจากส่วนหงอนลงมาเป็นส่วนหัว ตรงกลางหัวมีรอยหินกระเทาะเป็นสีส้มอยู่ในตำแหน่งดวงตา ต่ำลงมาจากส่วนหัวจะถึงแนวปีกทั้งสองข้างที่กางออก
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอชนบท
ผ้าไหมมัดหมี่ที่ชนบท
ผ้าไหมมัดหมี่เป็นเอกลักษณ์อย่างงหนึ่งของอีสานที่มีวิธีการสร้างลายผ้าไหมด้วยวิธีโบราณสืบต่อกันมานาน โดยนำเส้นไหมมามัดแล้วย้อมสีต่าางๆ ตามที่กำหนด และเมื่อนำเส้นไหมที่ย้อมสีแล้วไปทอก็จะได้ผ้าไหมที่มีลวดลายสีสันสวยงาม กรรมวิธีมัดและย้อมเส้นไหมนี้ชาวอีสานเรียกว่า มัดหมี่ อำเภอชนบทเป็นอำเภอที่ทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นอุตสาหกรรมหลัก เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจะผ่านไปเสียมิไได้ มักจะแวะชมกรรมวิธีการผลิต ตั้งแต่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจนถึงนำรังไหมมาต้มเพื่อสาวเส้นไหมเล็กๆ สีทองออกมา มัดหมี่ย้อมลวดลายจนกระทั่งทอเป็นผืนผ้าสำเร็จ อำเภอชนบทห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 54 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพขอนแก่น-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) ย้อนจากขอนแก่นลงทิศใต้ถึงอำเภอบ้านไผ่แล้วแยกขวาไปตามถนนสายบ้านไผ่-ชนบท อีกประมาณ 10 กิโลเมตร
ศาลาไทย
ตั้งอยู่ ณ บริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ (12 สิงหาคม 2535) เพื่อเป็นศูนย์สืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมของภาคอีสาน รวมทั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน โดยทรงพระราชทานนามอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลาไทยว่า อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับผ้าไหมมัดหมี่ของโครงการและลายผ้าไหมมัดหมี่ พร้อมผ้าไหมมัดหมี่ที่ชนะการประกวดต่างๆ อีกทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับผ้าไหมมัดหมี่โบราณ อุปกรณ์ เครื่องใช้เกี่ยวกับไหมและของเก่าแก่ควรอนุรักษ์
การเดินทางจากขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (ขอนแก่น-โคราช) 44 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่สี่แยกบ้านไผ่ไปอีก 11 กิโลเมตร ศาลาไหมไทยอยู่ทางซ้ายมือ (ตรงข้ามกับหนองกองแก้ว หนองน้ำงดงามของอำเภอชนบท)
ศาลาไหมไทย
เปิดให้นักท่องเที่ยวชมทุกวัน ในเวลาราชการและการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อโดยตรงที่วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น 40180 โทร. (043) 286160, 286218 โทรสาร (043) 286031
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเปือยน้อย
กู่เปือยน้อยหรือพระธาตุกู่ทอง
เป็นปราสาทหินศิลปะขอมหรือลพบุรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงในแถบภาคอีสานตอนบน ตั้งอยู่ที่อำเภอเปือยน้อย ระยะทาง 79 กิโลเมตร จากจังหวัดขอนแก่น ชาวบ้านเรียกว่า ธาตุกู่ทอง องค์ปรางค์ปราสาทหันหน้าสู่ทิศตะวันออก สร้างด้วยหินทรายจำหลักลวดลายสวยงาม กำแพงขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบเป็นเขตปราสาทสร้างด้วยศิลาแลง ส่วนหนึ่งขององค์ปรางค์พังทลายลงมาบ้างและอยู่ระหว่างการบูรณะ
การเดินทางจากขอนแก่นจะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ขอนแก่น-บ้านไผ่ ระยะทาง 44 กิโลเมตร เข้าเส้นทางสายบ้านไผ่-บรบือ (ทางหลวงหมายเลข 23) ไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าสู่อำเภอเปือยน้อยอีก 24 กิโลเมตร