|
ข้อมูลทั่วไป :
อุทยาน แห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำ
หลังจากนั้นน้ำตกไทรโยคจึงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและผู้คนโดยทั่วไป ดั่งเพลง"เขมรไทรโยค" เป็นเพลงไทยอมตะ บรรยายถึงความซาบซึ่งในธรรมชาติ และความงามของน้ำตกไทรโยค ยังความประทับใจแก่ชาวไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้
อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ 500 ตารางกิโลเมตร หรือ 312,500 ไร่
การเดินทาง :
ทางรถไฟ หลังจากลงรถไฟที่สถานีน้ำตก(ไทรโยคน้อย) สามารถเหมารถสองแถวเล็กได้ที่นี่ไปอีก 34 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 97 เลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตก 3 กิโลเมตร
ทางรถยนต์
จากสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ต่อด้วยรถโดยสารประจำทางสายทองผาภูมิถึงปากทางเข้าอุทยานฯ แล้วต่อด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปยังน้ำตกไทรโยคอีก 3 กิโลเมตร
สิ่งอำนวยความสะดวก :
อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีบ้านพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 9 หลัง พักได้หลังละ 8-15 คน และมีค่ายพัก 2 หลัง ไม่มีเครื่องนอนพักได้หลังละ 80 คน สำหรับอาหารและเครื่องดื่มมีขายตลอดเวลาที่บริเวณน้ำตกไทรโยค
รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่ชาติ โทร. 579-7223, 579-5734
ลักษณะภูมิประเทศ :
อุทยานแห่งชาติไทรโยค ครอบคลุมพื้นที่ป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลย มีสภาพป่าเขาสูงๆต่ำๆสลับซับซ้อน ภูเขาส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ส่วนหนึ่งของภูเขาเทือกนี้ทอดตัวยาวจากเหนือลงมาใต้ ด้านทิศตะวันตกจรดชายแดนประเทศพม่า ส่วนที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาแขวะ สูงประมาณ 1,327 เมตร รองลงมาคือ ยอดเขาเราะแระ สูงประมาณ 1,125 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ลักษณะภูมิอากาศ :
อุณหภูมิ เฉลี่ยประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาว มีหมอกจัดในฤดูฝน ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และแล้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูหนาวเหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมากที่สุด ด้วยสภาพป่าที่เขียวขจี ธารน้ำไหลแรงที่สายน้ำตก กลุ่มหมอกที่ไหลเรี่ยลำแควน้อยเป็นมนต์ขลังแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
สภาพป่า ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีไม้ไผ่เป็นพื้น เช่น ไม้รวก ไม้ไผ่ป่า ไม้ไผ่นวล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีป่าสัก ซึ่งขึ้นอยู่ในแนวแคบๆสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย ป่าเต็งรังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนป่าดงดิบชื้นจะมีอยู่ทางด้านตรงข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย ไปจนติดชายแดนประเทศพม่า
สัตว์นานาชนิด จากการสำรวจ พบรอยเท้า เก้ง กวาง ในบริเวณถ้ำหลายแห่ง และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เชื่อถือได้พบว่า มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เสือ หมี ชะนี ไก่ฟ้า นกนานาชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้หากินข้ามเขตเทือกเขาของไทยและพม่า
จุดเด่นที่น่าสนใจ :
น้ำตกไทรโยค
เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยแยกเป็น 2 แพร่ง ต้นกำเนิดของสายน้ำเชื่อว่าเกิดจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียวรองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้นๆมีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า สายน้ำที่พุ่งตกลงมากระเซ็นสู่ลำน้ำแควน้อย เราสามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้าม หรือโดยทางน้ำในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสบรรยากาศของความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา กลุ่มหมอกที่ลอยตัวเรี่ยผิวน้ำผ่านน้ำตกมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลยิ่งนัก
น้ำตกไทรโยคน้อย (เขาพัง)
เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขามาตามลำธารเล็กๆไหลตกลงที่ผาหินปูน แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียงภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นับเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง
การเดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ติดกับถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ด้วยระยะทาง 56 กิโลเมตร จากจังหวัดกาญจนบุรี หรือทางรถไฟ เริ่มต้นจากสถานีธนบุรีไปสิ้นสุดที่สถานีน้ำตก ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร
แม่น้ำแควน้อย
เป็นสภาพแม่น้ำฝั่งตะวันตกของประเทศ มีโขดเขาเกาะแก่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ร่องน้ำที่ลัดเลาะไปตามซอกเขาหินปูน ความแตกต่างของพื้นที่และเกาะแก่งเป็นเหตุให้แม่น้ำสายนี้ ไหลเชี่ยวกราก บางตอนเป็นหาดทรายยื่นออกมาในลำน้ำเป็นที่ชื่นชอบของนักล่องแพโดยทั่วไป
ถ้ำดาวดึงส์
เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร แบ่งเป็นห้องได้ถึง 8 ห้อง มีชื่อตามลักษณะของหินงอก หินย้อย โดยทั่วไปมีสีขาว เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น
ถ้ำละว้า
อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคโดยทางน้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางตอนใต้ของอุทยานฯ ปากถ้ำแคบ แต่ภายในกว้างขวาง หินงอก หินย้อย สวยงามมากแห่งหนึ่ง และมีห้องโถงกว้างใหญ่คล้ายท้องพระโรง
ค้างคาวคุณกิตติ
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crasoonyeteris thonglongyai เป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคือ คุณกิตติ ทองลงยา ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2516 นับเป็นค้างคาววงศ์ใหม่มีเพียงชนิดเดียวในโลก และนับเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในประเทศ และเท่าที่สำรวจพบ ปรากฏว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 1.5-2 กรัม ลำตัวยาว 2.5-3 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาล กางปีกออกจะกว้างประมาณ 10 เซ็นติเมตร หูค่อนข้างใหญ่ จมูกคล้ายจมูกหมู อาศัยอยู่ตามถ้ำโดยทั่วไป จะอพยพย้ายถิ่นทันที่หากถูกรบกวนโดยมนุษย์ ปัจจุบันพบอยู่แห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค
นอกจากนั้น ยังมีถ้ำอีกหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีความสวยงามตามธรรมชาติและมีความสำคัญต่อทางโบราณคดี ที่พาดพิงถึงประวัติอันยาวนานของมนุษย์ยุคหินเท่าที่เคยขุดพบที่ถ้ำพระ ถ้ำละว้า และถ้ำไทรโยค
|