|
ข้อมูลทั่วไป :
อุทยาน แห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือ น้ำตกพลิ้วที่สวยงาม มีน้ำไหลตลอดปี เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร ถนนลาดยางโดยตลอดทำให้สะดวกแก่การเดินทาง
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีเนื้อที่ประมาณ 135.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 84,062.50 ไร่
การเดินทาง :
จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนสายบางนา-ตราด เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกหลักกิโลเมตรที่ 347 ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วประมาณ 2 กิโลเมตร อุทยานฯอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 14 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองตราด 55 กิโลเมตร
สิ่งอำนวยความสะดวก :
อุทยาน แห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 3 หลัง พักได้หลังละ 8 คน ค่าธรรมเนียมที่พัก 600-800 บาท/คืน และค่ายพักจำนวน 2 หลัง พักได้ค่ายละ 20-50 คน ค่าธรรมเนียมที่พัก 200-500 บาท/คืน และมีร้านค้าสวัสดิการให้บริการด้วย
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ โทร. 579-7223, 579-5734
ลักษณะภูมิประเทศ :
สภาพภูมิประเทศ ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มียอดเขาสลับซับซ้อนสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 300-924 เมตร ค่อยๆลาดลงทางทิศใต้ มีที่ราบทั่วไปบริเวณไหล่เขา มียอดเขาหว้ากรอก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูง 924 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น คลองพลิ้ว คลองนารายณ์ คลองตรอกนอง คลองมะกอก
ลักษณะภูมิอากาศ :
สภาพภูมิอากาศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ค่อนข้างร้อนจัด
ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม มีฝนตกชุกปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 3,000 มม.
ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศจะเย็นสบายที่สุด
อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 26 องศาเซลเซียส
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า :
สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ไม้กฤษณา สำรอง คะนองหรือเคี่ยม กะบก ตะเคียน ประดู่ แต้ว ตาเสือ กระท้อนป่า ไทร ตีนเป็ด ชิงชัน ตะแบก ขนุนป่า เป็นต้น
สำหรับสัตว์ป่านั้นยังมีชุกชุม เนื่องจากมีแหล่งน้ำและอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบทั่วไปได้แก่ หมี เสือ เลียงผา เก้ง เม่น ลิง ค่าง ชะนี กระรอก กระจง พังพอน และสัตว์ปีกที่หายากได้แก่ ไก่ฟ้าสีเงินจันทบูรณ์ และนกประจำถิ่นอีกกว่า 90 ชนิด อาทิเช่น นกยางเขียว เหยี่ยวแดง เหยี่ยวชิครา เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวนกกระจอกเล็ก นกเปล้า นกลุมพู นกเขาไฟ นกอีเสือ นกหัวขวาน นกแซงแซว นกขุนทอง นกปรอท และนกกางเขนดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปลาชนิดต่างๆเช่น ปลาพลวง ปลากบหิน ปลาสร้อย กุ้งแรด
จุดเด่นที่น่าสนใจ :
น้ำตกพลิ้ว คำว่า "พลิ้ว" กล่าวกันเป็นภาษาขอม ซึ่งเป็นเจ้าของท้องถิ่นเดิมแปลว่าทรายหรือหาดทราย เข้าใจกันว่าน้ำตกพลิ้วก็คงจะได้ชื่อมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งชอบขึ้นในที่ดินปนทราย เป็นไม้เถามีดอกเป็นช่อ มีผลเล็กขนาดลูกเกด สีเหลืองอมแดงขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบนี้ น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมีน้ำตลอดปี ปรกติน้ำจะใสมากสามารถมองเห็นพื้นล่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า 2 เมตร ภายในบริเวณน้ำตกและลำคลองมีปลาใหญ่น้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
สถูปพระนางเรือล่มและอลงกรณ์เจดีย์
อยู่ในบริเวณน้ำตกพลิ้ว สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 (อลงกรณ์เจดีย์สร้าง พ.ศ. 2419 สถูปพระนางเรือล่มสร้าง พ.ศ. 2424) เพื่อเป็นที่ระลึกแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ภายในสถูปพระนางเรือล่มบรรจุพระอังคารพระนางเจ้าฯด้วย เนื่องจากพระองค์เคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วเมื่อ พ.ศ. 2417 และทรงโสมนัสชื่นชมความงามตามธรรมชาติของน้ำตกพลิ้วยิ่งนัก
น้ำตกคลองนารายณ์
อยู่ตำบลคลองนารายณ์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร น้ำตกอยู่ห่างจากถนนใหญ่สายจันทบุรี-ตราด ประมาณ 2 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าชมความงามของพฤกษาชาติและน้ำตก
น้ำตกตรอกนอง
อยู่ที่ตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง การเดินทางใช้เส้นทางแยกเข้าน้ำตกพลิ้วไปทางตราด ถึงสี่แยกเข้าอำเภอขลุงแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางเข้าสู่น้ำตกตรอกนองอีก 2 กิโลเมตร ถึงบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แล้วเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงน้ำตกชั้นล่างสุดซึ่งเรียกว่าน้ำตกไม้ชี้ ถัดไปเป็นน้ำตกกลาง และชั้นบนสุดเรียกว่าน้ำตกตรอกนอง มีความสวยงามตามธรรมชาติมาก มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ในระหว่างทางเดินขึ้นน้ำตกจะเพลิดเพลินกับความสวยงามของลำธาร และสภาพป่าที่ร่มรื่นและเขียวขจี ในบริเวณนี้มีสัตว์ป่าชุกชุม จะสังเกตเห็นรอยเท้าของสัตว์ป่าที่ลงมากินน้ำ เช่น หมี หมูป่า ชะมด หนูหริ่ง พังพอน เก้ง ฯลฯ พร้อมทั้งสัตว์จำพวกนกก็มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน และในบริเวณนี้ก็ยังมีถ้ำพระเจดีย์อยู่บนไหล่เขาพระเจดีย์ ลักษณะเป็นก้อนหินใหญ่คล้ายเจดีย์ตั้งอยู่บนไหล่เขา ชาวบ้านเรียกว่า "เขาพระเจดีย์" เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น หมี เลียงผา ค้างคาว
|