|
ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ประมาณร้อยละ 95 เป็นคนท้องถิ่นเดิม มีวัฒนธรรมประเพณีซึ่งมีลักษณะผสมผสานระหว่างความเชื่อดั้งเดิมของท้องถิ่นกับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ประกอบกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัด มีลักษณะเด่นชัดที่เน้นและเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตย์กตัญญูของเจ้าพ่อพระยาแล ทำให้มีงานประจำ และงานประเพณี ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมของจังหวัดดังต่อไปนี้
งานประจำปีฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพระยาแล
จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของเจ้าพ่อพระยาแลผู้สร้างเมืองชัยภูมิคนแรก จัดระหว่างวันที่ 12-20 มกราคมของทุกปี ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดและสี่แยกอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล ในการจัดงานนี้ประกอบด้วยพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าพ่อพระยาแล ขบวนแห่สักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อ ขบวนถวายช้างแด่เจ้าพ่อ และขบวนแห่ของอำเภอต่างๆ รวมทั้งการออกร้าน จัดนิทรรศการของหน่วยราชการและเอกชน การประกวดผลิตผลทางการเกษตร
งานประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อพระยาแล
ที่บริเวณศาลหนองปลาเฒ่า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-20 พฤษภาคม ของทุกปี ชาวบ้านจะไปเคารพสักการะดวงวิญญาณของเจ้าพ่อ และรำถวายเจ้าพ่อที่ศาลหลังเก่ากันเป็นจำนวนมาก
ประเพณีรำผีฟ้า
เป็นการรำบวงสรวงเป็นกลุ่มๆ ที่ภูพระ ซึ่งมีพระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปแกะสลักในหินทราย สูงประมาณ 2 เมตร ชาวบ้านถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก การรำบวงสรวงนี้จะมีขึ้นในระหว่างวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 5 คือเดือนเมษายน และในวันเข้าพรรษา ออกพรรษา ซึ่งจะมีประชาชนไปทำบุญกันมาก
งานแห่เทียนเข้าพรรษา
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (ประมาณเดือนกรกฎาคม) เป็นงานที่เทศบาลเมืองชัยภูมิจัดขึ้นทุกปี มีการประกวดเทียนพรรษาที่ประดิษฐ์อย่างสวยงาม เป็นงานที่มีประชาชนให้ความสนใจไม่แพ้งานแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี
นอกจากนี้ยังมีงานประเพณีอื่นๆ ที่จัดเป็นประจำทุกปี เช่นเดียวกับจังหัดในภาคอีสาน เช่น งานบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหก ประมาณเดือนพฤษภาคม งานบุญข้าวจี่ เป็นการฉลองเมื่อเสร็จสิ้นการทำนา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ งานบุญพระเวช หรืองานบุญเดือนสี่ ประมาณเดือนมีนาคม มีการเทศน์มหาชาติ
ประเพณีรำผีฟ้า
ประวัติ / ความเป็นมา
ปกติการรำผีฟ้าเป็นการรำเข้าทรงเพื่อเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน โดยมีการร่ายรำบูชาแถนหรือผีฟ้า แต่การรำผีฟ้าที่ภูพระแตกต่างไปจากรำผีฟ้าที่อื่นตรงที่ว่าบรรดา นางทรง หรือ ผีฟ้า ทั้งหลายที่มีความเลื่อมใสศรัทธาพระเจ้าองค์ตื้อที่ภูพระจะมาร่วมชุมนุมกันกราบไหว้พระเจ้าองค์ตื้อในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนั่นยังมีการร่ายรำบวงสรวงที่เรียกว่า รำผีฟ้า เพื่อเป็นการเซ่นสรวงที่พระเจ้าองค์ตื้อได้ดลบันดาลความร่มเย็นเป็นสุข
พระองค์เจ้าตื้อนั้น เป็นพระพุทธรูปจำหลักเป็นรูปนูนต่ำในหินทรายของเทือกเขาภูแลนคา จึงมีชื่อว่า ภูพระ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ล้านนาไก่เชา ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร
พระพุทธรูปแกะสลักนี้มีพุทธลักษณะแบบอู่ทอง อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 นั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายวางพาดอยู่ที่พระชงค์ ขนาดหน้าตัก กว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต รอบข้างมีรูปพระสาวกแกะสลักด้วยหินอีก 7 องค์ ตามประวัติกล่าวว่าเดิมบริเวณพื้นที่นี้อยู่ในป่ารกชัฎมานานจนมาถึงสมัยพระยาแลมาสร้างเมืองและในครั้งหนึ่งเกิดไฟป่าลุกลามจนพื้นที่ดังกล่าวโล่งเตียน จึงได้มีคนไปพบเห็นเข้า ต่อมาความทราบถึงเจ้าเมืองจึงได้ขนานนามว่า ภูพระ และให้นามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าองค์ตื้อ ให้เหมือนกับพระเจ้าองค์ตื้อ ณ เวียงจันทน์ เพราะชาวชัยภูมิดั้งเดิมอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ชาวชัยภูมิเคารพนับถือพระเจ้าองค์ตื้อว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสืบมาจนทุกวันนี้ และมีความเชื่อว่าถ้าใครเป็นลูกศิษย์พะระเจ้าองค์ตื้อแล้ว หากเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาไปรำบวงสรวงแล้วจะหายทันที หรือแม้จะไม่เจ็บป่วยแต่เมื่อมารำบวงสรวงแล้วก็จะทำให้อยู่ดีกินดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ส่วนใหญ่จะมารำบวงสรวงกันในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 5 วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา และวันออกพรรษา แต่ในเดือน 5 จะมากเป็นพิเศษเพราะเป็นเทศกาลสงกรานต์
กำหนดงาน
วันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 5 ณ ภูพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี
บรรดาผีฟ้าซึ่งถือเป็นศิษย์หรือบริวารของพระเจ้าองค์ตื้อที่แยกย้ายกันไปอยู่ต่างถิ่นจะมารวมกันที่ภูพระตลอด 3 วัน แต่งกายแตกต่างไปจากชาวบ้านทั่วไป เช่น โพกหัวด้วยผ้าขาวม้าไหม เคี้ยวหมากพลู บ้างก็กินเหล้า บ้างก็สูบบุหรี่ผสมพริกโดยไม่มีอาการจามหรือไอ มีพานบายศรีเล็ก ๆ และธูปเทียนมากราบไหว้บูชาพระเจ้าองค์ตื้อ รวมทั้งผ้าไตร ตามความศรัทธาที่ว่า พระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระจึงต้องมีการกราบไหว้บูชาด้วยผ้าไตร ซึ่งจะนำกลับหลังจากพิธีนี้เสร็จสิ้นลง ในขณะที่ผีฟ้ารำ ก็จะมีการบนบานศาลกล่าวในสิ่งที่ตนปรารถนาต่อพระเจ้าองค์ตื้อ เวลารำก็รำไปเรื่อย ๆ ตามเสียงแคนโดยรำเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เป็นภาพที่น่าดูมาก เมื่อเสร็จพิธีกรรมนี้บรรดาผีฟ้าก็จะแยกย้ายกันกลับไปสู่ท้องถิ่นของตนและจะกลับมาใหม่ในปีต่อไป
|